Home › Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร › Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร 391 Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร 391 ตอนที่ 391 Posted by , ? Views, Released on December 11, 2020 Prev All Chapter Next Options Facebook Twitter WhatsApp Pinterest [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร บทที่ 391 : เทพธิดาชุดขาว! ยอดฝีมือของตระกูลซันตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่สี่คน และแต่ละคนก็กำลังตกใจกลัวจนพูดอะไรไม่ออก.. หลิงหยุนได้เตือนและให้โอกาสกับทุกคนแล้ว ตราบใดที่พวกเขาส่งตัวคนของตระกูลเฉิงทั้งหมด และถังเทียนห่าวให้กับหลิงหยุน แล้วออกไปจากเมืองจิงฉู หลิงหยุนก็จะไว้ชีวิตพวกเขาทุกคน อีกทั้งพวกเขายังมีกันมากมายถึงสามสิบคน ส่วนหลิงหยุนนั้นมีกันเพียงแค่สามคน แต่พวกเขากลับพ่ายให้หลิงหยุนอย่างย่อยยับจนไม่น่าเชื่อ และนั่นได้สร้างความอับอายขายหน้าให้กับพวกเขามากมาย พวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะแข่งแกร่ง และมีวิชาตัวเบาที่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเก่งกาจจนน่ากลัว! หลิงหยุนให้โอกาสพวกเขาเลือกแล้วระหว่างความเป็นกับความตาย.. แต่โอกาสก็มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! แต่เมื่อทุกคนไม่ฟัง.. หลิงหยุนจึงจัดการมอบความตายให้กับยอดฝีมือหลายสิบคนภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา และตอนนี้ก็มีศพมากมายนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น เลือดก็ไหลเจิ่งนองไปทั่ว เวลานี้.. คฤหาสน์ตระกูลเฉิงได้กลายเป็นนรกไปในชั่วเวลาสั้นๆ! “เจ้า.. เจ้ารู้ไม๊ว่าเจ้าฆ่าใครไปบ้าง?” มือกระบี่ขั้นโฮ่วเทียน-9 คนหนึ่งร้องตะโกนถามออกมา ในขณะที่ใช้ปลายดาบยันพื้นเพื่อช่วยพยุงร่างที่กำลังสั่นเทาของตนเองไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ชี้ไปทางศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัว “รู้สิ.. ก็คนที่ขวางทางข้าไงล่ะ!” หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้าไม่กลัวที่จะต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกหรือยังไง?” แต่หลิงหยุนก็แสยะยิ้มออกมา และแววตาของเขาก็เต็มไปดวยความเหยียดหยัน พร้อมกับพูดออกมาอย่างจองหอง “ข้ากลัวแต่ว่าคนทั้งโลกจะไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูกับข้ามากกว่าน่ะสิ?” “นี่เจ้า..” ยอดฝีมือผู้นั้นถึงกับอึ้งและเงียบไปในที่สุด ด้วยนิสัยที่เป็นคนตรงของหลิงหยุน เขาจึงพูดอีกว่า “เจ้าก็รู้นี่.. หากข้าไม่สังหารพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องเป็นฝ่ายสังหารข้า! และบนโลกใบนี้.. ความจริงมักอยู่ข้างผู้ชนะและผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เจ้าไม่จำเป็นต้องพล่ามอะไรไร้สาระ..!” จากนั้น.. หลิงหยุนก็มอบรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกให้ก่อนจะถามมือกระบี่ผู้นั้นว่า “ฟังนะ.. ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งนาที บอกข้ามาว่าซันเทียนเปียว รวมทั้งคนของตระกูลเฉิง และถังเทียนห่าวตอนนี้อยู่ที่ใหน ไม่แน่.. ข้าอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตเจ้าก็ได้..” ด้วยความสามารถของหลิงหยุนในเวลานี้ เขาสามารมองเห็นและได้ยินในระยะรัศมีที่ค่อนข้างไกล อีกทั้งเขาเองก็เคยบุกมาที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงครั้งหนึ่งแล้ว เขาจึงสัมผัสได้ว่าที่นี่นั้น นอกเหนือจากยอดฝีมือของตระกูลซันแล้ว ก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีกเลย จุดประสงค์ที่หลิงหยุนมาที่นี่ ก็เพื่อต้องการช่วยคนกลับไป แต่ดูเหมือนเขาจะรีบร้อนจนเกินไป! ทันทีที่ได้ยินคำถามของหลิงหยุน มือกระบี่ขั้นโฮ่วเทียน-9 ผู้นี้ ก็ไม่ลังเลที่จะตอบเลยแม้แต่น้อย “คนของตระกูลเฉิงทั้งหมดถูกนำตัวไปไว้ที่บ้านของตระกูลเฉิงอีกหลัง ซันเทียนเปียวได้ให้ยอดฝีมือธรรมดาคอยเฝ้าไว้ ส่วนถังเทียนห่าวที่เจ้าพูดถึงนั้น ก็น่าจะถูกนำตัวไปที่นั่นด้วยเหมือนกัน..” เขาครุ่นคิดอยู่อีกครู่หนึ่งจึงรีบพูดต่อว่า “แต่เจ้าสบายใจได้ เพราะคนของตระกูลเฉิงล้วนไม่มีใครรู้ว่าหนิวเฟิ่นเหยียวและซันจิ้งอยู่ที่ใหน ซันเทียนเปียวไม่ได้ทำร้ายพวกเขา เพียงแค่ควบคุมตัวไว้ชั่วคราวเท่านั้น” หลิงหยุนพยักหน้าและถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แล้วตัวซันเทียนเปียวล่ะ.. มันอยู่ที่ใหน?” ยอดฝีมือผู้นั้นรีบตอบไปตามความจริง “ซันเทียนเปียว เป็นคนไปจับตัวถังเทียนห่าวด้วยตัวเอง และตอนนี้ก็น่าจะนำตัวไปไว้ที่บ้านหลังเดียวกันนั่นแล้ว!” “หลิงหยุน.. รอบๆบ้านไม่มียอดฝีมือเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว..” ตู้กู่โม่ทำการสำรวจบริเวณรอบคฤหาสน์ของตระกูลเฉิงจนทั่วแล้ว จึงรีบกลับมาแจ้งให้หลิงหยุนรู้ หลิงหยุนพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบถามยอดฝีมือคนอื่นๆว่า “พวกเจ้าทั้งสี่คน มีใครเคยไปที่บ้านหลังนั้นบ้าง?” ยอดฝีมือทั้งสี่คนต่างก็มองหน้ากัน แล้วยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8 ก็ตอบกลับมาว่า “ข้าเคยไปที่นั่น..” หลิงหยุนคิดในใจว่า.. ‘ก็ดี.. ช่วยข้าได้มาก!’ หลิงหยุนยกมือขึ้นชี้ไปทางยอดฝีมืออีกสามคน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “พวกเจ้าสามคน.. อยากมีชีวิตอยู่ หรือว่าอยากตาย!” “ข้ายังไม่อยากตาย!” ยอดฝีมือทั้งสามคนต่างก็ตื่นตระหนกตกใจสุดขีด ทุกคนต่างก็หวาดกลัวจนฟันกระทบกัน และไม่มีใครต้องการที่จะกลายเป็นศพนอนขึ้นอืดอยู่ที่พื้นอีก หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับสั่งว่า “ถ้าพวกเจ้าอยากมีชีวิตอยู่ ก็จัดการทำลายวรยุทธของตัวเองซะ จากนั้นก็รีบไสหัวออกไปจากเมืองจิงฉู!” ยอดฝีมือทั้งสี่คนต่างก็อยู่กันคนละสำนัก และยอดฝีมือที่หลิงหยุนเพิ่งจะลงมือสังหารไปหลายสิบคนนั้น ก็คงเป็นคนในสำนักเดียวกับพวกเขาบ้าง หลิงหยุนจึงไม่ต้องการส่งพวกเขาไปนอนกองรวมกันอีก “ห๊ะ.. อะไรนะ?!” ยอดฝีมือทั้งสามคนต่างก็หันไปมองหน้ากัน และต่างก็เห็นแววตาที่สิ้นหวังและไม่เต็มใจของกันและกัน.. พวกเขาฝึกวรยุทธมาจนถึงเข้าโฮ่วเทียน-9 แล้ว และในอนาคตพวกเขาก็มีโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้ แต่หลิงหยุนกลับต้องการให้พวกเขาทำลายวรยุทธของตัวเอง ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากการบังคับให้พวกเขาฆ่าตัวตาย “หนี!” ยอดฝีมือทั้งสามคนต่างก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดหนีอย่างไม่คิดชีวิต และแยกออกเป็นสามทาง! “ฆ่าพวกมัน!” หลิงหยุนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ได้ใช้มังกรพรางร่างพุ่งเข้าหามือกระบี่ระดับสูงสุดของขั้นโฮ่วเทียน-9 ในขณะที่เหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ก็แยกกันไล่ตามยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 อีกสองคนไป มือกระบี่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9 นั้น รู้ถึงพลังความร้ายกาจของกระบี่โลหิตแดนใต้ดีว่า หากเทียบกันแล้ว กระบี่ในมือของเขาก็ไม่ต่างจากไม้จิ้มฟันดีๆนี่เอง แต่ในเมื่อเขาเองก็ไม่มีหนทางอื่น จึงได้แต่ใช้มันป้องกันการโจมตีจากหลิงหยุน และหวังว่ามันจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง.. “หมอนี่กระจอกมาก!” เมื่อหลิงหยุนเห็นว่ามือกระบี่ผู้นั้นกำลังจะวิ่งหลบไปทางขวา ก็รีบใช้มังกรพรางร่างเข้าไปดักหน้าไว้ และจัดการสังหารภายในสามดาบ! ดาบแรกนั้นหลิงหยุนฟันกระบี่ยาวในมือของเขาทิ้งไป ดาบที่สองหลิงหยุนเพียงแค่ยื่นกระบี่ออกไปขวางหน้าไว้ และดาบที่สามกระบี่ของหลิงหยุนก็ฟันเข้าที่ร่างของยอดฝีมือผู้นั้น! อ๊าก! ทันทีที่ร่างของมือกระบี่ขั้นโฮ่วเทียน-9 ขาดเป็นสองท่อน เลือดก็พุ่งกระฉูดออกจากร่างของเขาทันที หลิงหยุนไม่ปล่อยให้ยอดฝีมือที่เหลืออีกสองคนหนีไปได้ เขาใช้มังกรพรางร่างตามเข้าไปสังหารคนทั้งคู่ ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้ายอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8 “เจ้าชื่ออะไร? ทำไมเจ้าจึงไม่หนี?” หลิงหยุนถามเสียงเบา “หนีงั้นเหรอ? ขนาดยอดฝีมือโฮ่วเทียน-9 ยังหนีท่านไม่พ้น แล้วข้าจะหนีพ้นได้ยังไง?” ยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8 ตอบอย่างหมดท่าพร้อมกับยิ้มให้หลิงหยุน และแนะนำตัวเอง “ข้าชื่อปี่หยวนเจีย” ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ หลิงหยุนได้ฟันกระบี่ของปี่หยวนเจียหักไปแล้ว และได้ซัดตะปูใส่เขาด้วย แต่เขาก็สามารถหลบได้ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ปี่หยวนเจียตระหนักถึงวิชาตัวเบาที่ว่องไวของหลิงหยุน และเลือกที่จะไม่หนี.. หลิงหยุนหัวเราะอย่างพอใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ความจริงวิชาตัวเบาของเจ้าก็ไม่เลวเลยนี่! เอาล่ะตอนนี้พาข้าไปหาซันเทียนเปียวได้แล้ว!” ปี่หยวนเจียมองหลิงหยุนพร้อมกับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “บ้านของซันเทียนเปียวมียอดฝีมือขั้นเซียงเทียนอยู่ถึงสามคนเชียวนะ ท่านแน่ใจนะว่าจะไปที่นั่นจริงๆ?” “ไม่ต้องถามมาก.. พาข้าไปที่นั่นก็พอ!” ปี่หยวนเจียเหลือบมองร่างที่ไร้วิญญาณ ก่อนจะสงบปากสงบคำ และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ …………. ทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และนั่นเป็นเส้นทางที่ตรงไปยังหมู่บ้านอ่าวจิงฉู แสดงว่าบ้านอีกหลังของเฉิงเทียนก็ต้องอยู่ที่นั่น ปี่หยวนเจียนั้นแม้จะยังอยู่เพียงระดับสูงสุดของขั้นโฮ่วเทียน-8 แต่วิชาตัวเบาของเขานั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่ายอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 เลยแม้แต่น้อย หลิงหยุนใช้เท้าทองคำหมื่นลี้ เดินตามปี่หยวนเจียไปอย่างสบายๆ เขาเอามือไขว้หลังเดินตามไปเรื่อยๆ ท่าทางการเดินของหลิงหยุนนั้นดูสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในห้องรับแขก แต่ก็รวดเร็วจนทิ้งระยะห่างจากเหล่ากุ่ย และตู้กู่โม่ถึงยี่สิบเมตร ระหว่างทางนั้นปี่หยวนเจียก็อดรนทนไม่ได้ และบรรยากาศก็ไม่ได้กดดันเหมือนตอนอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิง ความรู้สึกกลัวตายก็จางหายไปแล้ว เขาจึงเริ่มถามคำถามที่คาใจ และคิดว่าอยากจะรู้ก่อนตาย “ท่านไม่ได้สวมเสื้อเกราะไหมทองคำใช่ไม๊..?!” หลิงหยุนตอบยิ้มๆ “ไม่!” “แต่ข้าเห็นร่างกายของท่าน แม้จะโดนดาบ โดนหมัด หรือว่าโดนอาวุธต่างๆ กลับไม่เป็นอะไรเลย ไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อยด้วยซ้ำ..” “แล้วตอนนั้นกระบี่ยาวของท่านออกมาจากมือได้ยังไง? แล้วตอนนี้กระบี่ของท่านทั้งสองเล่มอยู่ที่ใหน?” “ความลับ..” “ท่านเป็นใครกันแน่? ท่านมีกระบี่โลหิตแดนใต้ นี่ท่านเป็นคนของนิกายมารใช่ไม๊?” “ข้าว่าเจ้าคงอยากจะตายมาก..” “…..” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากหลิงหยุน ปี่หยวนเจียก็เร่งความเร็วทันที เพราะเกรงว่าหลิงหยุนจะจัดการเอาชีวิตของเขา ………….. ในบริเวณหมู่บ้านอ่าวจิงฉูที่มีกลิ่นอายทะเลจางๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก จึงสามารถได้ยินเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเบาๆราวกับเสียงกระซิบของคนรักได้อย่างชัดเจน หากเทียบกับบ้านหลังอื่นๆที่อยู่ในหมู่บ้าน บ้านเลขที่-9 เป็นเพียงหลังเดียวที่ปิดเงียบและมืดสนิท เพราะหลังจากที่ถูกทางการยึดและสั่งปิดมาสี่วัน ก็ไม่มีใครเข้ามาที่นี่อีกเลย แต่ตอนนี้กลับมีหญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีขาวที่มือข้างขวาถือระบี่ ร่างบอบบาง และเท้าที่เบากำลังกระโดดไปตามกิ่งไม้ที่เปราะบาง ท่าทางของหญิงสาวนั้นดูราวกับเทพธิดาที่กำลังเหาะอยู่บนฟ้า นอกจากจะสามารถกระโดดได้เร็วอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว ยังกระโดดได้ไกลอีกด้วย รูปร่างสวยงามที่เคลื่อนไหวราวกับเหาะได้นั้น กำลังมุ่งหน้าไปทางบ้านเลขที่-9 คิ้วของหญิงสาวโค้งอย่างสวยงาม ผิวขาวราวหิมะ แก้มนวลเนียนราวกับชิ้นหยก และริมฝีปากเผยอออกเป็นรอยยิ้มบางๆ ระหว่างที่กำลังยืนอยู่บนยอดไม้ กระโปรงยาวก็ปลิวไสว ทำให้ดูคล้ายกับเทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์จนไม่กล้าจ้องมองเพราะเกรงจะเป็นบาป “ดีนะที่พี่ใหญ่ได้บอกไว้ก่อนว่าเจ้าเด็กวายร้ายนั่นได้วางค่ายกลไว้ จึงไม่สามารถเข้าทางประตูปกติได้..” ร่างสีขาวราวเทพธิดายืนพึมพำอยู่บนกิ่งไม้ และเมื่อลบพัดกระทบเข้ากระโปรงสีขาวก็ปลิวไสว ดวงตาคู่สวยของเธอกวาดมองเข้าไปในบ้านเลขที่-9 แล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เสียงหวานและนุ่มนวลนั้นช่างคล้ายกับเสียงของธรรมชาติที่น่าฟัง และเป็นเสียงที่ฟังแล้วก็ยากที่จะลืมเลือน “บ้านถูกยึดด้วย ดูเหมือนเด็กคนนี้กำลังเจอปัญหาสินะ..” ร่างขาวราวเทพธิดานั้นได้แต่ยิ้มกว้าง เมื่อสังเกตไปเห็นป้ายคำสั่งยึดบ้านที่ปิดไว้ ก่อนจะกระโดดไปตามกิ่งไม้ และลมที่พัดมาก็ทำให้ชุดขาวสะบัดไปมาอยู่กลางอากาศราวกับเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังลอยละล่องลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ Favorite Prev Next Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร Score 10 Status: Completed นิยาย จีน นิยาย ดราม่า นิยาย ตลก นิยาย ผจญภัย นิยาย ศิลปะการต่อสู้ นิยาย ฮาเร็ม นิยาย แอคชั่น ตอนที่ 1 – 505 อ่านนิยาย (อ่านตอนต่อไปด้านล่าง) ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร.. Recommended Series ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ Ch. เล่มที่ 13 บทที่ 371 สตรีผู้แข็งแกร่ง 10 ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ สวาทร้ายเมียนอกหัวใจ ชุด วิวาห์ไร้รัก Ch. 54 10 สวาทร้ายเมียนอกหัวใจ ชุด วิวาห์ไร้รัก ทัณฑ์สวาทเจ้าพ่อ Ch. 17 เข้ามาแล้ว อย่าคิดจะออกไปง่ายๆ (ต่อ NC) 10 ทัณฑ์สวาทเจ้าพ่อ ปลดล็อคทุกสรรพสิ่งในวันสิ้นโลก (末世:开局全属性碎片) Ch. 144 10 ปลดล็อคทุกสรรพสิ่งในวันสิ้นโลก (末世:开局全属性碎片) องค์หญิงหมอเทวะ Ch. 90 กินอิม 10 องค์หญิงหมอเทวะ