Chaotic Lightning Cultivation โกลาหลแห่งอัสนีบาต 300.1

ตอนที่ 300.1

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

••••••••••••••••••••

บทที่ 300: สัตว์ประหลาดกลืนทองคำ (1)

เพื่อให้ซ่งจงเข้ามาติดกับ พวกเขาจึงต้องใช้เหยื่อล่อที่มีคุณภาพ เช่นนี้ซูหยูและซูหยุนจึงต้องรับกรรม ในตอนแรกพวกเขากลัวว่าการกระทำครั้งนี้จะไร้ประโยชน์ แต่ในตอนนี้ทั้งหมดได้เห็นความพยายามของซ่งจงที่จะพบเจอกับหญิงสาว นักบวชเซือหมัวจึงเผยตัวออกมา แม้ว่าในจดหมายจะเขียนไว้ว่ายังไม่มีผู้ใดแตะต้องหญิงสาวของเขาแม้แต่ปลายเล็บ แต่ทว่าเงื่อนไขมีเพียงให้ซ่งจงเดินทางไปคนเดียวแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย อีกทั้งซ่งจงยังต้องปล่อยเชลยที่อยู่ในสำนักพันปีศาจออกไปโดยปลอดภัยอีกด้วย และถ้าหากว่าซ่งจงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกองทัพจำนวนมาก แน่นอนว่านางจะได้ลิ้มรสอาวุธทุกชิ้นที่พวกเขามี!

ในส่วนของนักบวชเซือหมัวนั้นแน่นอนว่าความชั่วร้ายของเขานั้นเลื่องลือไปทั่วอณาจักร เขาโดดเด่นกว่าผู้ใดในเรื่องของความปลิ้นปล้อน ไม่มีผู้ใดเชื่อถือคำพูดของเขา การผายลมยังจะดูน่าเชื่อถือยิ่งกว่าคำพูดที่เขาพ่นออกมาจากปาก ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความน่าเชื่อถือเขาจึงประทับตราของสำนักพันปีศาจลงไป พร้อมทั้งยังมีผู้นำของหอเฉวียนจี้ลงชื่อเป็นพยานในจดหมายนี้อีกด้วย

ความน่าเชื่อถือของสำนักพันปีศาจนั้นแทบไม่มีเหลือ แต่ทว่าสิ่งที่หอเฉวียนจี้ทำในตอนนี้คือรับรองคำพูดของปีศาจ และพวกเขาเคร่งเครียดกับชื่อเสียงที่สะสมมายาวนานกว่าพันปี แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้ในจดหมาย ถ้าหากพวกเขาผิดคำพูด แน่นอนว่าจะถูกผู้ฝึกตนทั่วโลกหัวเราะเย้าะจนไม่สามารถที่จะเงยหน้าสู้ฟ้าได้อีก

ดังนั้นเมื่อซ่งจงเห็นตราประทับของหอเฉวียนจี้ เขาจึงค่อนข้างแน่ใจว่ามันคือความจริง พวกเขาเอางานแต่งงานมาล่อลวงให้ซ่งจงไปรับหญิงสาวทั้งสอง จากนั้นทั้งหมดจึงจะเข้าสู่สงครามในภายหลัง

แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอางานแต่งงานมาเป็นฉากบังหน้า แต่มันเป็นวิธีเดียวที่ไม่น่าเกลียดและไม่ให้โลกภายนอกรับรู้ว่าพวกเขากำลังเล่นไม่ซื่อ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาพิจารณาแล้วว่าหญิงสาวทั้งสองนั้นสำคัญกับซ่งจงมาก อีกฝ่ายจึงคิดใช้วิธีนี้อย่างเต็มใจและหวังว่าซ่งจงจะเล่นตามเกมส์ นี่จึงเป็นที่มาของบัตรเชิญร่วมงานในวันนี้!

เดิมทีสำนักพันปีศาจและหอเฉวียนจี้ไม่คิดจะทำเช่นนี้ แต่ทว่าสำนักของทั้งสองนั้นถูกซ่งจงทำลายจนย่อยยับ เช่นนี้เขาจึงต้องใช้พื้นที่ในสำนักค่ายกลเพื่อทดแทน อีกทั้งจับหญิงสาวทั้งสองคนไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง แต่ทว่าความแค้นนั้นต้องการการแก้แค้น ทั้งหมดสนเพียงแค่ผลลัพธ์ให้ซ่งจงปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น

อาจารย์ของซูหยูและซูหยุนเป็นผู้นำสำนักค่ายกล! เมื่อซ่งจงรู้ว่าหญิงสาวทั้งสองหายไป แน่นอนซ่งจงจะต้องออกตามหานาง สำนักค่ายกลนั้นปฏิเสธที่จะตามหานางให้ แต่ทว่าเมื่อซ่งจงประกาศว่าจะยกกองทัพมาถล่มสำนัก พวกเขาก็ไม่ได้เต็มใจที่จะรายงานออกมาว่าทั้งสองคนนั้นหายตัวไปแล้ว

ซ่งจงเข้าใจทุกอย่างในขณะนี้ เขาจึงส่งหน่วยลาดตระเวนขนาดใหญ่ออกไปเพื่อสืบเบาะแสของซูหยูและซูหยุน ในที่สุดเวลาผ่านไปสามเดือน เขาไม่พบแม้แต่เบาะแสเล็กๆน้อยๆของพวกนางทั้งสอง

ในตอนนี้ซ่งจงคิดว่าข่าวที่ได้รับจากสำนักค่ายกลนั้นเป็นความจริง ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองบัตรเชิญร่วมงานแต่งงานอีกครั้ง และเนื่องจากงานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่สำนักค่ายกล แน่นอนว่าจะต้องมีข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเป็นไปได้ถึงแปดในสิบที่พวกเขาจะกักขังหญิงสาวทั้งสองไว้และปกปิดความผิดของตนเอง

หลังจากที่ซ่งจงเข้าใจประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด เขาจะหยุดความโกรธนี้ได้อย่างไร? สำนักค่ายกลต้องการเล่นกับเขาอย่างงั้นหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นการดึงเอาสหายคนสนิทของเขามาทำเช่นนี้ มันสกปรกไปรึเปล่า? ซ่งจงโกรธจัดจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เขาทุบลงไปที่โต๊ะจนแหลกละเอียดพร้อมตะโกนออกมาว่า “ไอ้บัดซบ สำนักค่ายกลงั้นหรือ เหอะ! ถ้าเจ้ากล้าที่จะเล่นกับข้าเช่นนี้ จุดจบของเจ้าก็คงชะตากรรมเดียวกันกับหอเฉวียนจี้และสำนักพันปีศาจ!”

อย่างไรก็ตาม ซ่งจงสงบลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ซ่งจงนั้นไม่ได้เกรงกลัวนักบวชเซือหมัว เขานั้นสามารถเอาชนะผู้ฝึกตนระดับหยวนหยินได้อย่างง่ายดาย เช่นนี้มีอะไรจะต้องกังวลอีก? สิ่งที่พวกเขาควรจะเกรงกลัวอย่างแท้จริงก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเซือหมัว เมื่อสามเดือนที่ผ่านมาคู่สามีภรรยาตระกูลหงได้มอบข่าวให้กับเขา ซึ่งมันคือผู้ฝึกตนระดับเฟินเสิ่นที่เป็นคนสนับสนุนเซือหมัวอยู่!

แม้ว่าในตอนนี้ซ่งจงจะแข็งแกร่งมาก แต่เขารู้ดีว่าถ้าหากต้องเผชิญกับผู้ฝึกตนระดับเฟินเสิ่น เขาต้องตายอย่างแน่นอน ถึงมันคงเป็นสิ่งที่โง่เขลาอย่างมากถ้าหากเขาเข้าสู่สนามรบด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งสถานที่สงครามในครั้งนี้ก็คือสำนักค่ายกล แม้ว่าทักษะการต่อสู้ของพวกเขาจะไม่โดดเด่นนัก แต่ความเป็นเลิศของพวกเขาคือการก่อค่ายกล! ยิ่งไปกว่านั้นสำนักแห่งนี้ยังมีประวัติยาวนานกว่าพันปี และเขาเป็นผู้ที่สร้างค่ายกลปกป้องเทือกเขาใหญ่ทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างค่ายกลให้กับหอเฉวียนจี้และสำนักพันปีศาจอีกด้วย

ถ้าหากต้องปะทะกันตัวต่อตัว แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่มีทางสู้ซ่งจงได้ แต่ในตอนนี้พวกเขาคิดจะปิดทั้งภูเขาเลยงั้นหรือ? แม้ว่าจะไม่มีค่ายกลป้องกัน แต่ซ่งจงก็สามารถทำลายมันได้อย่างแน่นอน แต่เขาเพียงคนเดียวจะสามารถต่อสู้กับสามสำนักใหญ่ได้อย่างไร? ซึ่งนี่เท่ากับเป็นการส่งตัวเองไปสู่ความตายอย่างชัดเจน! แล้วทำไมพวกเขาจึงคิดว่าซ่งจงจะต้องตกหลุมกับแผนเช่นนี้?

ซ่งจงสับสนเรื่องราวเหล่านี้อยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เข้าใจทุกสิ่งเหตุผลนั่นก็เพราะเรือมังกรทองคำ

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เรือมังกรทองคำจะเสียหายหนักมาก แต่หลังจากที่เกมส์นี้เริ่มต้นขึ้นก็เป็นเวลาล่วงเลยมากว่าหกเดือนแล้ว พวกเขาคงคิดว่าซ่งจงน่าจะซ่อมแซมเรือเสร็จสิ้น จึงตั้งเงื่อนไขที่รุนแรงเช่นนี้ออกมาเพราะในตอนนี้เรือมังกรทองคำสามารถกลับมาต่อสู้ได้อย่างแน่นอน

เพราะว่าความแข็งแกร่งของเรือมังกรทองคำนั้นไม่ธรรมดา แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับเฟินเสิ่นยังไม่สามารถจะประมาทมันได้ ถึงแม้มันจะแข็งแกร่งมากแต่ความสามารถที่น่ากลัวของมันก็มีเพียงจุดเดียว นอกจากนั้นความเร็วของมันยังสูงกว่าเรือทั่วไปหลายเท่า สิ่งนี้อาจจะใช้เป็นเครื่องมือป้องกันสำหรับซ่งจงและหญิงสาวทั้งสองได้ ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามจึงต้องสร้างเงื่อนไขเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อป้องกันการหลบหนี

ในขณะนี้ซ่งจงนั้นลังเลอย่างมาก เพราะถ้าหากเขาพ่ายแพ้ แน่นอนว่าเรือมังกรทองคำของเขาจะถูกยึดทันที อีกฝ่ายจะต้องคิดแผนเพื่อรับมือกับเรือมังกรทองคำอย่างเข้มงวด ไม่เช่นนั้นความอัปยศอดสูจะกลับสู่พวกเขาอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ซ่งจงนั้นใช้สมองกับเรื่องนี้อย่างหนัก แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ละทิ้งมันไปก่อนพร้อมกับเดินออกไปรับประทานอาหารเย็นก่อน ในท้ายที่สุดแล้วซูหยูและซูหยุนนั้นรักซ่งจงด้วยหัวใจที่มั่นคง ทั้งสองถูกทำร้ายโดยเหล่าปีศาจแห่งสำนักพันปีศาจนับพันเพียงเพราะมีสัมพันธ์กับซ่งจง และแน่นอนว่าซ่งจงคงไม่อาจอยู่เฉยได้

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ซ่งจงนั้นยังครอบครองเศษเหล็กสังหาร ซึ่งมันอาจจะทำให้เขาสามารถพลิกผลในครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งมันก็คือเรือมังกรทองคำขั้นที่สอง!

ถ้าหากเป็นเรือมังกรทองคำในขั้นต้น ความสามารถของมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับเฟินเสิ่น แต่ทว่าในขั้นสองนี้ความสามารถของมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับเลือนจือขั้นสมบูรณ์ นอกจากนี้อุปกรณ์ทั้งหมดของมันยังไม่ต้องใช้พลังของใคร ถ้าหากมีหินจิตวิญญาณเพียงพอก็จะสามารถระเบิดขุมพลังออกมาได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

โดยปกติแล้วความแข็งแกร่งของเรือมังกรทองคำนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานมันเสียส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามซ่งจงนั้นมีภาพวาดแห่งหญิงงามทั้งเก้าอยู่ในมือ ซึ่งแม่มดเทวะย่อมช่วยเหลือเขาอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าสามารถดึงพลังของเรือมังกรทองคำขั้นสองนี้มาใช้ได้มากถึงแปดในสิบ! ถ้าหากต้องพบเจอกับผู้ฝึกตนระดับเฟินเสิน แน่นอนว่ามันเพียงพอหรืออาจจะเกินพอด้วยซ้ำ

นอกจากนี้สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือเรือมังกรทองคำนั้นพร้อมใช้งานตั้งแต่หนึ่งปีให้หลังจากสงครามแล้ว แต่ทว่าเมื่อเขาได้รับคำเตือนจากสองสามีภรรยาตระกูลหง เขาจึงเร่งทำให้มันสมบูรณ์ทันที

ซ่งจงนั้นมีแผนที่จะให้แม่มดเทวะนั้นเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ แต่ทว่าความกังวลของเขายังไม่หมดไป เขาจึงคิดที่จะนำผู้ฝึกตนระดับจินตันทั้งหมดร่วมด้วยเช่นกัน

แต่แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มีทางเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวภายในมิติลึกลับของซ่งจงได้ ซ่งจงนำเรือทองคำออกมาด้านนอกและใช้พวกเขาซ่อมแซมมัน ปรับปรุงทุกสิ่งให้สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้

สิ่งที่เป็นความลับของเขา แน่นอนว่าคงไม่อาจเปิดเผยได้ ดังนั้นส่วนที่สำคัญของเขานั้นก็มอบหมายให้กับแม่มดเทวะทั้งเก้าทำเช่นเดิม ความสามารถของผู้ฝึกตนระดับจินตันนั้นน้อยกว่าแม่มดเทวะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การใช้แรงงานจำนวนมากมันก็คงจะดีกว่าใช่ไหม? ซ่งจงนั้นมีผู้ฝึกตนระดับจินตันเป็นเชลยนับร้อยคน แน่นอนว่างานทุกอย่างจะต้องดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว

สามเดือนผ่านไป ไม่เพียงแต่เรือมังกรทองคำจะเสร็จสมบูรณ์ แต่มันยังมีห้องขุมพลังขนาดใหญ่เพื่อเตรียมไว้สำหรับการใช้ขวานยักษ์ลึกลับ แต่สิ่งที่น่าเบื่อสำหรับเรื่องนี้ก็คือวัสดุทุกอย่างที่เขาต้องใช้ล้วนแต่หาได้ยากยิ่ง ต้องขอบคุณที่ซ่งจงนั้นมีกองสมบัติขนาดใหญ่และวัสดุของเขาเหลือเฟือที่จะใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับหยวนหยินต้องเสียสละทุกสิ่งที่มีเพื่อได้รับมัน

ในตอนนี้ทุกสิ่งเสร็จสิ้นแล้ว เรียกได้ว่าซ่งจงนั้นมีความมั่นใจที่จะต่อสู้กับนักบวชเซือหมัวและผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขา แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้น ซ่งจงมีบางสิ่งที่ต้องจัดการกับขวานยักษ์ลึกลับเช่นกัน

เมื่อพูดถึงขวานยักษ์ลึกลับ มันเป็นอาวุธที่น่าสงสาร แม้ว่ามันจะเป็นสมบัติวิญญาณที่ฉลาด แต่มันเสียหายหนักมาก แม้ว่าด้านกายภาพของมันจะสามารถซ่อมแซมได้ แต่ทว่าวิญญาณของมันนั้นสูญเสียการควบคุมโดยสมบูรณ์ เช่นนี้มันจึงสามารถไล่สับศัตรูได้เท่านั้น แต่จะไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งอื่น!

แม้ว่าในตอนนี้เรือมังกรทองคำจะมีขุมพลังขนาดใหญ่เพื่อให้มันใช้งาน แต่มันก็จะไม่ฟังคำสั่งใครและจะทำตามใจตนเองเท่านั้น ซึ่งเช่นนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากอาวุธคลั่งสังหาร

เครื่องจักรสังหารนี้เป็นหายนะสำหรับผู้พบเจออย่างแน่นอน โดยปกติแล้วมันสามารถควบคุมได้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่ทว่าเมื่อสูญเสียตรงนั้นไป แน่นอนว่าความดื้อรั้นของมันยากที่จะควบคุม

ปัญหาของซ่งจงในตอนนี้ก็คือเขาจะต้องปลดปล่อยมันออกมาระยะหนึ่ง เพื่อย้ายมันจากที่ที่มันเคยอยู่ ให้ขึ้นเรือมังกรทองคำ ในตอนนี้ขวานยักษ์ลึกลับเปรียบเสมือนคนบ้า แม้ว่ามันจะถูกปลดปล่อยออกมาเพียงชั่วครู่ แต่แน่นอนว่ามันจะต้องระบายพลังที่มีอย่างแน่นอน ซ่งจงไม่ยินดีที่จะแบกรับความเสี่ยงนี้ ในอดีตเขาคิดว่าเขาจะรออยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะแข็งแกร่ง เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่สายเกินไปที่จะควบคุมมัน แต่ในตอนนั้นเขายังไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้รับหนังสือท้าทายจากนักบวชเซือหมัว!

ดังนั้นซ่งจงจึงไม่รอช้า หลังจากที่นักบวชเซือหมัวรวบรวมทุกคนได้แล้ว สำนักพันปีศาจและหอเฉวียนจี้ได้รวมตัวกันอย่างลับๆ ใครเล่าจะรู้ว่ากับดักอะไรกันที่กำลังรอซ่งจงอยู่?

อีกทั้งสำนักค่ายกลยังเก่งกาจเรื่องค่ายกลป้องกันอีก แม้ว่าเรือมังกรทองคำจะอยู่ในขั้นสอง ซ่งจงก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าตนเองจะได้รับชัยชนะ เมื่อคิดเช่นนี้ ซ่งจงมองไปที่ขวานยักษ์ลึกลับอย่างแน่วแน่ เพราะความหวังที่จะได้รับชัยชนะคงจะต้องพึ่งพามันเสียแล้ว!

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

ฝากกด like เพจด้วยนะคะ

*ผู้แปลขี้โรค

Chaotic Lightning Cultivation โกลาหลแห่งอัสนีบาต

Chaotic Lightning Cultivation โกลาหลแห่งอัสนีบาต

Score 10
Status: Completed

ตอนที่ 1 – 234 อ่านนิยาย

( อ่านต่อข้างล่าง )


อัจฉริยะทั้งสองแห่งสำนักถูกลอบสังหาร!
บุตรชายกลับกลายเป็นตกอับ!
ชีวิตนับแต่นั้นเสมือนตกนรก
มีแต่ถูกกลั่นแกล้งสารพัด
เขาสาบาน สักวันหนึ่งจะเอาคืน
จะทวงคืนต่อความอยุติธรรมที่เขาและครอบครัวได้รับ
กาลเวลาผันผ่าน เวลาแห่งการเป็นผู้ใหญ่มาถึง
เขาที่ถูกทอดทิ้งโดยสำนัก
จะต้องโดนเฉดหัวออกเพราะไม่คืบหน้าในการฝึกฝน
ครั้งอับจน เขากลับได้พบมรดกชิ้นหนึ่ง
เป็นไข่มุกดำ บิดาและมารดาของเขาหลงเหลือเอาไว้งานที่เขาถูกกลั่นแกล้งให้กระทำ กลับกลายเป็นสิ่งช่วยชีวิต
ซ่งจงจะทวงคืนความยุติธรรมแก่ตนเองและครอบครัวได้หรือไม่! โปรดติดตามต่อใน โกลาหลแห่งอสนีบาต


Options

not work with dark mode
Reset