Facebook Fanpage กดเลย
••••••••••••••••••••
นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล
สารบัญ ARK [จบแล้ว]
สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)
สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน
••••••••••••••••••••
บทที่ 297: อัปราชัย (2)
อาวุโสเอ๋าเทียนนำกองกำลังบุตรของตนเองซึ่งเป็นเชื้อสายเต่าดำขั้นห้าล้อมรอบผู้นำดงไห่และเหล่าศิษย์ของเขาอย่างคุกคาม
สำหรับผู้นำดงไห่ในตอนนี้การควบคุมขวานยักษ์ลึกลับเป็นไปได้ยากเย็นยิ่งนัก เขาไม่สามารถจะเสียเลือดได้อีกแล้ว อีกทั้งอวัยวะภายในของเขาได้แตกสลายจนแทบจะหมดสิ้นเมื่อครั้งที่ปะทะกับระฆังทองแดง ดังนั้นพลังของเขาในตอนนี้เสียหายอย่างหนัก อาการบาดเจ็บนี้ไม่สามารถเยียวยาได้ในตอนนี้
อย่ามองเพียงภายนอกที่ยังดูสง่างาม เพราะความจริงคู่ต่อสู้ของเขาอยู่ในระดับจินตันเท่านั้น
ในตอนนี้ภาพลักษณ์ของผู้นำดงไห่นั้นคือภายนอกแข็งแกร่งแต่ภายในอ่อนแอเหลือเกิน เขาแสร้งว่าตนเองปกติ แต่ทว่าไม่อาจซ่อนความจริงเหล่านั้นจากจิ้งจอกเฒ่าเอ๋าเทียนได้!
เมื่อเห็นสภาพที่น่าสมเพชของผู้นำดงไห่ ตาเฒ่าเอ๋าเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวอะไรสักอย่าง “ผู้นำดงไห่งั้นเหรอ เหอะ ไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะมีวันนี้ ในตอนต้นเจ้าสังหารบุตรชายแห่งข้า เจ้าเคยคิดถึงวันนี้บ้างหรือไม่ วันที่ชีวิตของเจ้าจะอยู่ในน้ำมือของข้า?!”
แท้จริงแล้วอาวุโสเอ๋าเทียนและผู้นำดงไห่นั้นมีความแค้นต่อกันมาเนิ่นนาน
นี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
หลังจากที่ผู้นำดงไห่จะต้องออกไปทำภารกิจ เขาอาศัยอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานกว่าร้อยปี ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะสังหารอสูรกายไปมากมาย
ในตอนนี้ผู้นำดงไห่นั้นไม่สามารถยืนหยัดได้ไหวอีกต่อไป เขาบาดเจ็บสาหัสและกำลังถูกล้อมไว้อีกครั้ง สถานการณ์ตอนนี้ช่างสิ้นหวังเหลือเกิน แต่ท้ายที่สุดแล้วบุรุษผู้นี้อยู่ในระดับหยวนหยินขั้นสมบูรณ์ เขาย่อมมีศักดิ์ศรีของตน
เมื่อได้ฟังคำพูดของตาเฒ่าเอ๋าเทียน ผู้นำดงไห่ค่อยๆเช็ดเลือดที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบา
จากนั้นเขากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด ข้าไม่เคยคิดเลยสักครั้ง ต้องขอบคุณเจ้ามาก ในวันนั้นข้านั้นได้กินซุปรสเลิศที่ปรุงโดยเจ้า แท้จริงข้าคิดที่จะแล่เนื้อเขาออกมากินคู่กับไวน์รสขมเสียด้วยซ้ำ! อย่างไรก็ตาม ข้าไม่ได้ยกมือยอมแพ้และเจ้าไม่มีความสามารถมากพอที่จะใส่กุญแจมือให้ข้าได้ อีกทั้งยังไม่สามารถหยามศักดิ์ศรีของบุรุษผู้นี้ได้แม้แต่น้อย!”
“ไอ้บัดซบ เจ้าเบื่อชีวิตนี้แล้วสินะ?” บุตรคนอื่นของเอ๋าเทียนที่ได้ยินเช่นนั้น สบถออกมาทันทีที่ได้ยินว่าเขาทำอะไรกับพี่น้องของตน เขาถูกจับกิน!
อย่างไรก็ตาม เอ๋าเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นไม่ได้โกรธอะไรมากมาย เขายกมือให้บุตรของตนหยุดก่อน พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ตกลง เจ้าน่ะได้ตายไปแล้วและมันก็คงจะดีถ้าเจ้าจะมีสิทธิ์ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมสักครั้งก่อนตาย เจ้าน่ะแข็งแกร่งและอยู่เหนือผู้อื่น ยอดเยี่ยมจริงๆที่ในตอนนี้เจ้าจะต้องต่อสู้เพียงลำพัง! ข้ากับเจ้านั้นแก่พอกัน เราไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรถึงคนอื่น อย่างไรก็ตามบุคคลที่เจ้าพ่ายแพ้ให้ก็คือฝ่าบาทของข้าเอง เพราะฉะนั้นข้าก็จะมีความสุขภายใต้ชื่อของเขา!”
“หืม?” ผู้นำดงไห่ที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกแปลกใจ เขากล่าวต่อ “เฮ้ เจ้าเป็นผู้นำเผ่าของอสูรกายจริงๆงั้นหรือ?”
“เหตุใดจึงต้องทำให้ลูกหลานนับหมื่นแสนต้องร่ำไห้? พวกเขาตายตกไปมากมายเพียงเพราะซ่งจง เขาดีมากนักงั้นหรือ?”
“ไร้สาระ ตระกูลของข้านั้นสายเลือดเดียวกันกับฝ่าบาท เขาสืบเชื้อสายมาจากเต่าดำศักดิ์สิทธิ์ เขาคือการกลับชาติมาเกิดของอสูรศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน! พลังของเขานั้นไร้ขีดจำกัด!” เอ๋าเทียนกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ “พรสวรรค์ของข้านั้นต้อยต่ำนัก ข้าสามารถเดินทางมาได้ถึงขั้นเจ็ดเท่านั้น แต่ทว่าฝ่าบาทสามารถไปสู่ขั้นสิบได้ เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะเป็นแขนขาให้กับเขา! ข้าขอถามอะไรสักหน่อยสิเจ้าจิ้งจอกเฒ่า เจ้าน่ะทำอะไรให้ฝ่าบาทขุ่นเคืองใจนักงั้นหรือ? เหตุใดเขาจึงคิดแค้นเจ้ามากมายเช่นนี้?”
“ซ่งจงนั้นเป็นศิษย์แห่งสำนักเสวียนเทียน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นมนุษย์ เขาเปลี่ยนเป็นอสูรกายศักดิ์สิทธิ์เมื่อไหร่กัน?” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาอย่างแปลกใจ
“ไร้สาระ! เจ้าคิดว่าเราไม่สามารถแยกมนุษย์กับอสูรกายออกจากกันได้งั้นหรือ?” เอ๋าเทียนเหยียดปากอย่างหงุดหงิด พร้อมกล่าวต่อ “ครอบครัวของฝ่าบาทนั้นเป็นอสูร ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสายเลือดที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง เขาคือเต่าดำศักดิ์สิทธิ์ที่มีเส้นสายธารโลหิตอยู่ที่แผ่นหลัง! แล้วเขาจะไม่ใช่อสูรกายได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นหรือ?” ผู้นำดงไห่ลูบเคราเบาๆเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นเขาเผยยิ้มพร้อมกล่าวต่อ “บางทีข้าอาจจะผิดพลาดเอง หลายปีที่ผ่านมามีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับซ่งจง ว่าเขาเป็นสายลับให้กับกองทัพอสูรกาย ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นความจริง!”
“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริง!” เอ๋าเทียนกล่าวออกมา “ยอดเยี่ยม ผู้นำดงไห่ เจ้านั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ทางที่ดีเจ้าควรมองสภาพแวดล้อมในตอนนี้แล้วยอมแพ้ซะ มนุษย์รอบตัวเจ้านั้นยอมศิโรราบแล้ว พวกเขาไม่มีผู้ใดสนับสนุนเจ้าแล้วหละ!”
ผู้นำดงไห่ที่ได้ฟังเช่นนั้น เขามองไปรอบๆทันที พร้อมเห็นว่ามีบางคนยอมแพ้แล้ว แต่ยังมีบางคนที่ยืนหยัดในความจริงและยังคงดิ้นรน แต่จุดจบของพวกเขาคือถูกสังหารทิ้งอย่างโหดร้ายจากวิหคหัวโตที่อยู่ในอากาศ
ผู้ฝึกตนมนุษย์นั้นยอมแพ้แล้ว พวกเขามีจำนวนมากถึงแปดหมื่นคน! ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยเสียงอ้อนวอนและการคุกเข่าขอชีวิต ผู้นำดงไห่เห็นภาพเช่นนี้แล้วชวนอึดอัดอย่างมาก เขาเผยรอยยิ้มอันขื่นขมออกมาพร้อมกล่าว “ข้าไม่เคยคิดเลยว่ากลุ่มพันธมิตรทะเลตะวันออกของข้า มันไม่ได้มีอะไรดีเลย!”
“เฮ้ ทะเลตะวันออกนั้นไม่มีเส้นทางที่ถูกต้องหรอก!” เอ๋าเทียนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ทุกเส้นทางนั้นคือถนน แต่การมาของทุกคนนั้นไม่มีผู้ใดเต็มใจไม่ใช่หรือ?”
“คงเป็นข้าที่โยนภูเขาไม่พ้นเท้าตนเอง!” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาอย่างขมขื่น
“เอาล่ะ เรามาคุยกันสักหน่อยเถอะ น้องชาย ข้านั้นน่ะชื่นชมความสามารถของเจ้ามาก ถ้าหากว่าเจ้ายอมแพ้ในตอนนี้ ข้าคิดว่าฝ่าบาทจะไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” เอ๋าเทียนกล่าวเชิญชวน
“ฮ่าฮ่า เจ้าน่ะเหรอ?” ผู้นำดงไห่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าสังหารบุตรชายของเจ้ามากมาย!”
“บุตรชายของข้านั้นมากมาย อะไรคือตาย?” ผู้นำดงไห่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่โบกมืออย่างมึนงงพร้อมกล่าวด้วยความเหยียดหยัน “ให้กล่าวอีกครั้ง ข้านั้นสังหารศิษย์คนโปรดของเจ้าทั้งสองคน นับไม่ถ้วนที่ข้านั้นสร้างความสูญเสียให้กับเจ้า!”
“เจ้าไม่คิดว่าเจ้านั้นสูญเสียงั้นเหรอ? แต่ข้าคิดว่าข้านั้นสูญเสีย!” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุขุม “แม้ว่าทะเลตะวันออกแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องมืดดำและไร้ศีลธรรม แต่ข้าก็เดินทางในสถานที่แห่งนี้มาแล้วทุกหนแห่ง อีกทั้งเกียรติของข้านั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้านี้อีกด้วย!” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ผู้นำดงไห่ยกมือสองข้างขึ้นมาพร้อมกล่าวต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น สองมือนี้ของข้านั้นไร้ค่า ไม่สามารถปกป้องผู้ใดไว้ได้เลย เหล่าศิษย์ของข้ามากมายจะต้องถูกจับไป!” เอ๋าเทียนได้ยินเช่นนั้นรู้สึกละอายทันที เขาเผยรอยยิ้มพร้อมกล่าวอย่างขื่นขม “น้องชาย ถึงแม้ว่าเราจะมีความสัมพันธ์กันมาเนิ่นนานและข้าก็ชื่นชมเจ้าด้วยใจจริง ถ้าหากเจ้าบอกให้ข้าดูแลเหล่าคนรุ่นใหม่พวกนี้ให้ดี ข้าก็จะรับปาก! แต่ทว่ามันไม่ใช่วันนี้ นี่เป็นภารกิจ เจ้าทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บสาหัส ข้าจึงไม่อาจเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับสิ่งเหล่านี้ได้!”
“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องใช้ชีวิตของตนเองเพื่อจ่ายให้กับเขางั้นหรือ?” ผู้นำดงไห่ขมวดคิ้ว “เขายังต้องการจะสังหารอยู่หรือไม่?”
“ฮ่าฮ่า เป็นไปไม่ได้ที่จะสังหาร!” ด้วยเสียงหัวเราะนั้น ซ่งจงบินลงมาภายใต้ความดูแลของเหลยซานเอ๋อ ในตอนนี้สีหน้าของเขาดีขึ้นมาก เขากินยาอายุวัฒนะทั้งหมดที่มี แม้ว่าจะไม่ดีที่สุด แต่เพียงแค่พูดคุย เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเห็นว่าซ่งจงมาถึง เอ๋าเทียนรู้สึกยินดีอย่างมาก เขาก้าวไปข้างหน้าพร้อมกล่าวออกมาอย่างห่วงใย “ฝ่าบาท ท่านดีขึ้นแล้วหรือ?”
“ดีขึ้นมาก!” ซ่งจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผู้นำดงไห่ ขวานของท่านนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ ถ้าหากไม่ใช่เพราะข้าฝึกฝนมานานหลายปี แน่นอนว่าข้าคงต้องบาดเจ็บหนักไปอีกนาน!” ผู้นำดงไห่ที่ได้ยินเช่นนั้น เผยรอยยิ้มอันขื่นขมออกมาพร้อมกล่าวต่อ “เจ้ามันบ้าจริงๆ กว่าจะกลับมากินเวลาไปนานหลายปีถึงเพียงนี้เลยหรือ? ข้านั้นยังไม่เคยได้รับบาดเจ็บหนักมากถึงเพียงนี้เลยในหลายปีมานี้! ระฆังทองแดงของเจ้านั้นแข็งแกร่งจริงๆ แม้แต่ขวานยักษ์ลึกลับก็ไม่อาจทำอะไรมันได้เลย”
“แน่นอนว่าระฆังทองแดงของข้านั้นเป็นสมบัติที่ยอดเยี่ยม ไม่ต้องสงสัยในความสามารถของมันเลย แท้จริงข้ารู้สึกประหลาดใจมากที่ขวานยักษ์ลึกลับอยู่ในมือของท่าน มันคืออะไรกัน? เหตุใดเวลาที่จะใช้งานมัน ท่านจึงต้องใช้เลือดจำนวนมากเช่นนั้น?” ซ่งจงถามออกมาอย่างสงสัย
“เฮ้!” ผู้นำดงไห่ได้ยินเช่นนั้น เขานึกออกทันที ดวงตาของเขาเป็นประกายพร้อมกล่าวออกมาอย่างเศร้าโศก“ข้านั้นไม่รู้ต้นกำเนิดของขวานยักษ์ลึกลับนั้นหรอก ข้าเพียงแค่มีสิทธิ์จะใช้มันในนามของผู้นำกลุ่มพันธมิตรทะเลตะวันออก สิ่งนั้นเป็นพลังที่ไร้ขีดจำกัด น่าเสียดายจริงๆที่ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมมันได้ ถึงแม้จะได้ควบคุมมันนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เต็มใจนัก การใช้มันจึงต้องใช้เลือดเป็นของแลกเปลี่ยน!”
“เป็นสมบัติที่แปลกมากจริงๆ!”
ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากลองบ้างได้หรือไม่?”
“แน่นอนว่ามันไม่ส่งผลดีแน่!” ผู้นำดงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลังจากที่ข้าบาดเจ็บหนัก ข้าก็ไม่อาจควบคุมมันได้อีกต่อไป ดังนั้นมันจะกลับไปในที่ของมันแล้ว แต่สถานที่แห่งนั้นมีเพียงข้าที่รู้!”
“หืม?” ซ่งจงนั้นเป็นคนฉลาด เมื่อเขาได้ฟังน้ำเสียงของผู้นำดงไห่ เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านกำลังหมายความว่าไม่อาจสังหารท่านได้งั้นหรือ เพราะว่าข้าคงไม่สามารถค้นหาขวานยักษ์ลึกลับได้ด้วยตนเอง?”
“เป็นเช่นนั้น!” ผู้นำดงไห่มั่นใจอย่างมากพร้อมกล่าวต่อ “ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่าขวานยักษ์ลึกลับนั้นนอนหลับอยู่ในพื้นที่พิเศษและมันถูกป้องกันโดยค่ายกลของเกาะ! ถ้าหากข้าไม่ได้บอกตำแหน่งให้กับเจ้า แน่นอนว่าไม่มีทางที่เจ้าจะค้นพบมันได้!” ซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วพร้อมหันไปหาเอ๋าเทียนทันที
เอ๋าเทียนเข้าใจทุกอย่างทันทีพร้อมกล่าว “ฝ่าบาท ผู้นำดงไห่นั้นมีเกียรติ เป็นบุคคลที่มีใบหน้า แน่นอนว่าเขาไม่หลอกเรา!”
“อืม เช่นนั้น!” ซ่งจงพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกล่าว “เยี่ยม เอาล่ะบอกเงื่อนไขของเจ้ามา!”
“ง่ายมาก ปล่อยเราไป” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมา
“ได้แค่เจ้าคนเดียว” ซ่งจงขมวดคิ้ว “ถ้าหากเป็นทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เสียใจด้วย!”
“แน่นอนว่าไม่ใช่คนนับหมื่นทั้งหมดนี้!” ผู้นำดงไห่รู้ว่ายังไม่อาจทำให้ซ่งจงคายไขมันที่กลืนลงไปออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงรีบกล่าวต่อ “ข้าขอเพียงผู้ฝึกตนระดับจินตันทั้งหมดเท่านั้นและข้ายังต้องการบุคคลของสำนักเสวียนเทียนที่เป็นศัตรูของเจ้า ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่สามารถยืนต่อไปได้หากไร้พวกเขาสนับสนุน”
“ฝันไปเถอะ!” ซ่งจงพ่นลมหายใจออกมาอย่างรังเกียจ “เจ้าต้องการเอาผู้นำคืนไปแต่ทว่าเหลือขยะไว้ให้กับข้างั้นหรือ? ข้าควรจะเอาคนเหล่านั้นไปเลี้ยงดูด้วยอาหารเม็ดหรือเปล่าล่ะ?”
“แล้วเจ้าต้องการแบบไหน?” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“ง่ายมาก ข้าจะปล่อยคนที่เป็นศิษย์ของเจ้าทั้งหมด ถือว่าเรานั้นไม่มีความแค้นต่อกันมาก่อน แต่ตอนนี้ข้ากำลังรู้สึกหงุดหงิด เจ้าสามารถทำให้ข้าอารมณ์ดีขึ้นได้ด้วยขวานหักๆเล่มนั้น!” ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย
หลังจากที่ผู้นำดงไห่ได้ยินเช่นนั้น เขาโกรธซ่งจงมาก! ขวานยักษ์ลึกลับนี้เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเกาะทิ้งไว้ให้ มันคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด! แต่ซ่งจงกลับพูดว่ามันเป็นเพียงขวานหักๆ
สหายผู้นี้นั้นไร้สมองและยังไร้ราคา! เขาไม่สามารถที่จะยอมลดศีรษะของตนเองลงสักนิดเลยงั้นหรือ? แม้ว่าผู้นำดงไห่จะรู้สึกโกรธเป็นไฟ แต่เพื่อรักษาชีวิตของตนเองและศิษย์เอาไว้ เขาจะต้องกดมันไว้ก่อน
เขาเก็บความโกรธทั้งหมดไว้พร้อมเผยรอยยิ้มและกล่าวว่า “ประเสริฐนัก ข้ายอมแลกเปลี่ยนมันกับอิสระของข้าและศิษย์ทั้งหมด!”
“การปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่าข้ามีเงื่อนไขที่เจ้าจะต้องยอมรับ!” ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างเฉยชา
“เอะ? เงื่อนไขอะไรงั้นหรือ?” ผู้นำดงไห่ถามออกไปด้วยความงุนงงและเริ่มไม่พอใจ “เจ้าไม่ควรกดดันข้ามากเช่นนี้!”
“ผ่อนคลายเถิด ข้าไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องให้กับตนเองเช่นนั้น!” ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างสบายๆ “แต่ว่าข้านั้นต้องพบกับปัญหาใหญ่มากถ้าหากปล่อยท่านกลับไป ถ้าหากท่านสร้างปัญหาให้กับข้าอีกในอนาคต ข้าจะต้องทำอย่างไร?”
“สบายใจเรื่องนั้นได้เลย!” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาหลังจากได้ยินเช่นนั้น ท่าทีของเขาผ่อนคลายลงพร้อมกล่าวต่อ “ข้าเป็นผู้นำเกาะ และไม่ชื่นชอบเรื่องเน่าเสียภายในองกรณ์ของตนเอง ถ้าหากเจ้าปล่อยข้าและศิษย์ไป แน่นอนว่าพวกข้าจะไม่ย้อนกลับมาอีกแน่นอน!” ผู้นำดงไห่นำชื่อเสียงของตนเองเป็นประกันกับซ่งจงในคราวนี้
ในเวลาที่สำคัญเช่นนี้ กลุ่มพันธมิตรทะเลตะวันออกสูญเสียศิษย์ไปจำนวนมาก แต่ผู้นำดงไห่กำลังพยายามที่จะดึงศิษย์ของเขากลับไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แน่นอนว่าเขาจะต้องถูกเบื้องบนสอบอย่างหนักถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งนั้นจะสร้างปัญหาถ้าหากเขากลับไปเพียงลำพัง
ในตอนนี้ผู้นำดงไห่คิดว่าเขาอยากจะหลบหนีอยากโลกฝึกฝนนี้ไป เขากำลังคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะหลบซ่อน เขาจะทำได้งั้นหรือ? เมื่อซ่งจงได้ยินเขากล่าวออกมาเช่นนั้น เขารู้สึกพอใจในคำตอบพร้อมพยักหน้า “เยี่ยม ข้าคิดว่าเราสามารถแลกเปลี่ยนกันเช่นนี้ได้!”
“ดีที่สุดหากเป็นเช่นนั้น!” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมา “ทันทีที่ข้าออกจากวงล้อมได้ ข้าจะบอกสถานที่ของขวานลึกลับและวิธีใช้งานมัน!”
“แบบนั้นไม่ดีแน่!” ซ่งจงกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ “ท่านจะต้องบอกข้าเกี่ยวกับมันเสียก่อน หลังจากที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี ข้าจึงจะปล่อยท่านไป!”
“เช่นนั้นงั้นหรือ? ถ้าหากเจ้าได้มันไปแล้ว พวกเราทั้งหมดไม่ต้องตายเฝ้าเกาะงั้นรึ?” ผู้นำดงไห่กล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“เหอะ!” ซ่งจงพ่นลมหายใจเย็นเฉียบออกมาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้านั้นมีหัวใจของปีศาจ แต่กำลังเล่นบทบุรุษผู้น่าสงสารงั้นหรือ?” ผู้นำดงไห่ได้ยินเช่นนั้น เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าทันที
เขานั้นเป็นอาวุโสที่มีศิษย์มากมาย แต่ในตอนนี้โดนตอกหน้าด้วยเด็กแก่แดด แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่อาจทำให้เขาอดกลั้นไว้ได้
ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ
พูดคุย
ฝากกด like เพจด้วยนะคะ
*ผู้แปลขี้โรค