Facebook Fanpage กดเลย
••••••••••••••••••••
นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล
สารบัญ ARK
สารบัญ อาณาจักรวิญญาณ
••••••••••••••••••••
บทที่ 253: พบเจอกับจักรพรรดิอสูรกาย (1)
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการตรวจสอบอย่างละเอียด แม้ว่าซ่งจงจะไม่พอใจนัก แต่เขาได้ทำการรวบรวมปราณจิตวิญญาณของตนเองพร้อมกับเปิดใช้งานลายเส้นสายธารโลหิตภายในร่างกาย หลังจากนั้นเกิดประกายสีฟ้าพร้อมลายเส้นที่ลึกลับมากมายปรากฏขึ้นทันที
ช่วงเวลาที่บุรุษผู้แข็งแกร่งเห็นเส้นสายโลหิตที่แข็งแกร่ง เขารีบถอนจิตวิญญาณของตนเองออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย กำปั้นของเขาถูกยกขึ้นเพื่อคำนับซ่งจงทันที พร้อมกล่าวออกมาอย่างสุภาพ “ได้โปรดยกโทษให้ข้าที่ไร้มารยาท! ข้าไม่รู้ว่าท่านคือฝ่าบาทน้อย ได้โปรดยกโทษให้กับข้าน้อยผู้นี้ด้วย!”
ซ่งจงจะไปตำหนิเขาได้อย่างไร? สหายผู้นี้นั้นไม่เหมือนกับเหลยซานเอ๋อ จากลักษณะที่สง่างามของเขา ด้วยการมองเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นอสูรกายอยู่ในขั้นหก นอกจากนั้นความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่เป็นรองใครแน่นอน อย่างน้อยก็สามารถเปรียบเทียบกับตาเฒ่าเฟิงได้อย่างสูสี ถ้าหากกล่าวถึงเรือมังกรทองที่เขามี แน่นอนว่าสำนักเสวียนเทียนอาจจะต้องตกเป็นของเขาได้อย่างง่ายดาย! เมื่อเผชิญหน้ากับอสูรกายที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ซ่งจงจะสามารถตำหนิเขาได้อย่างไร?
เช่นนั้นซ่งจงรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่กล้า ไม่กล้าเลย! ข้าเป็นเพียงคนแปลกหน้า ไม่แปลกที่อาวุโสจะระมัดระวัง!”
แม้ว่าซ่งจงจะกล่าวเช่นนั้นราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แท้จริงแล้วร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อพร้อมกับหัวเราะกับตนเองภายในใจ ‘ในระยะประชิดข้าต้องจัดการเพื่อให้พวกเขาเชื่อใจ ถ้าหากเขารู้ว่าข้าปลอมตัว แน่นอนว่าวันนี้ในปีหน้าจะเป็นวันครอบรอบวันตายของข้า!’
แน่นอนว่าบุคคลผู้นั้นไม่ได้รับรู้ถึงความกังวลใจของซ่งจง เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ “ฮ่าฮ่าฮ่า การปรากฏตัวของท่านนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ประเด็นหลักก็คือท่านมีพัฒนาการที่รวดเร็วเกินไป โดยเฉพาะในขั้นสี่ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สายเลือดจักรพรรดิที่บริสุทธิ์ยังยากที่จะเปลี่ยนแปลง สำหรับลายเส้นสายโลหิตของท่านโดยปกติแล้วจะต้องรอถึงขั้นเก้าจึงจะพัฒนาได้ เรื่องเหล่านี้มันช่างไม่น่าเชื่อถือและตอนแรกพวกเราคิดว่าท่านเป็นจอมลวงโลก!”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?” ซ่งจงถามออกไปอย่างหวั่นไหว
“แน่นอนว่าไม่มีปัญหา!” ผู้พิทักษ์หัวเราะออกมา “ลายเส้นสายธารโลหิตนั้นเป็นข้อพิสูจน์ ควบคู่กับความจริงที่ร่างกายของท่านนั้นเต็มไปด้วยสายเลือดที่บริสุทธิ์ของเต่าดำ แน่นอนว่ามันจะไม่มีคำถามเกี่ยวกับสายเลือดของท่านอีกแน่นอน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งจงได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งออก พร้อมกับคิดในใจ ‘ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก ๆ!’
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เหลยซานเอ๋อยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวว่า “เหล่าเฟิง ข้าไม่ได้บอกท่านงั้นหรือว่าพี่ชายน้อยเป็นของจริง!”
“ฮ่าฮ่า ข้าไม่ได้กล่าวว่าเขาเป็นของปลอม!” ผู้พิทักษ์รีบแย้งทันที พร้อมกับมองไปที่ซ่งจง “ฝ่าบาทน้อย จักรพรรดินั้นส่งข้าให้มารับท่าน ไปกันเถิด!” เมื่อเขากล่าวจบ เขาสร้างคันศรขึ้นมาทันที
ในขณะนั้นซ่งจงไม่มีทางเลือกอื่น เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร? เขาได้แต่กัดฟันพร้อมกล่าวว่า “เชิญอาวุโสขึ้นก่อน!”
“ฮ่าฮ่า ฝ่าบาทน้อยนั้นสุภาพเกินไปแล้ว ท่านเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ ท่านควรจะขึ้นไปก่อน!” ผู้พิทักษ์กล่าวออกมาอย่างเป็นกันเอง
“นอกเหนือจากนี้ท่านห้ามเรียกข้าว่าอาวุโส ข้าไม่สมควรได้รับสิ่งนั้น! ถ้าหากท่านไม่รังเกียจได้โปรดเรียกข้าว่าเหล่าเฟิง!”
“เรื่องดูถูกท่านนั้น ข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน?” เมื่อเห็นว่าเขาสุภาพอย่างมาก ซ่งจงยิ่งตื่นตระหนกมากกว่าเดิม
“สามารถทำได้!” เหล่าเฟิงกล่าวออกมาอย่างจริงใจ “ในอนาคตฝ่าบาทน้อยจะต้องพึ่งพาเหล่าเฟิงผู้นี้ในการดูแลท่านในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าหากท่านสุภาพกับข้าเกินไปนั่นหมายความว่าท่านกำลังดูถูกข้าอยู่!”
เมื่อเห็นว่ามันเป็นปัญหากับเขาอย่างมาก เจ้าอ้วนจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธอีกต่อไป เขาได้แต่หัวเราะออกมา “ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไม่เกรงใจ!”
ซ่งจงคำนับต่อเหล่าเฟิงหนึ่งครั้ง จากนั้นเขาเดินขึ้นเรือมังกรทองคำ เหล่าเฟิงได้แต่หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและเดินตามหลังของเขาไป ตามด้วยเหลยซานเอ๋อที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
หลังจากที่ทั้งสามคนมาถึงดาดฟ้าของเรืออย่างรวดเร็ว เมื่อมองจากระยะไกลนั้นดูเหมือนว่าพื้นที่สามพันฟุตนั้นจะไม่น่าประทับใจนัก แต่เมื่อเข้ามาใกล้มันใครจะจินตนาการได้ว่ามันใหญ่แค่ไหน! คนที่อยู่บนเรือราวกับเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้นเมื่อยืนอยู่ตรงนี้
นอกจากนี้การตกแต่งของมันนั้นหรูหราเกินความคิดไปมาก พื้นของมันปูด้วยหญ้าระดับสูง อีกทั้งความสวยงามของบรรดาโคมไฟมากมายดูเหมือนว่าพวกมันนั้นทำมาจากหยกและทองคำซึ่งผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว น้ำมันที่ทำให้ไฟติดนั้นไม่ใช่น้ำมันธรรมดา แต่มันหลอมรวมกับปราณจิตวิญญาณ! ตรงทางเดินเมื่อผ่านไปทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ ทุกห้าก้าวเป็นภาพวาดใหม่ ราวกับว่าอยู่ในอาณาจักรของสวรรค์! เมื่อเปรียบเทียบกับราชวังของเหล่ามนุษย์ สิ่งนี้ทำให้ราชวังเหล่านั้นกลายเป็นเพียงกระท่อม โลกของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
แม้แต่ซ่งจงผู้ที่เกิดมาในสำนักเสวียนเทียนและได้พบเจอกับสิ่งสวยงามมากมายภายในสำนักยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเรือมังกรทองคำนี้
เหลยซานเอ๋อนั้นตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับเจ้าอ้วน แม้ว่านางจะถูกรู้จักในนามราชันเหยี่ยวฟ้าเหลยซานเอ๋อที่ยิ่งใหญ่ในทะเลตะวันออก แต่นางอยู่ในชนชั้นกลางเท่านั้น การได้ขึ้นเรือมังกรทองคำเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางเพิ่งเคยเป็นครั้งแรก นางรู้สึกได้ว่าดวงตาของนางไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้มากพอ! ในตอนนี้นางรู้สึกว่าดวงตาของนางไม่มากพอที่จะมองทุกสิ่งอย่าง!
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่าเฟิงอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มออกมา “เรือมังกรทองดำนั้นสร้างโดยผู้ฝึกตนระดับเลี่ยนจือ มันมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ในครั้งแรกที่ข้าได้เข้ามา ข้าก็ตกใจไม่แพ้พวกเจ้าเช่นกัน!”
ซ่งจงรู้สึกได้พร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ “เหล่าเฟิงท่านนำเรือหรูหรามารับข้า มันทำให้ข้ารู้สึกตื้นตันอย่างมาก!”
“มันไม่ใช่ความตั้งใจของข้า!” เหล่าเฟิงรีบอธิบาย “มันคือความคิดของฝ่าบาท! ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับสถานะของท่านเพียงอย่างเดียว แต่ติดตรงที่ว่าฝ่าบาทไม่สามารถมาด้วยตนเองได้ การทำเช่นนั้นถือว่าไม่สุภาพ ดังนั้นฝ่าบาทจึงรับสั่งให้ข้านำเรือส่วนตัวมารับท่านเพื่อชดเชยสิ่งนี้!”
“เรื่องนั้น…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งจงรู้สึกมึนงงอย่างช่วยไม่ได้ เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกล่าวต่อว่า “ต้องทำให้ขบวนนั้นสมเกียรติอย่างงั้นหรือ?”
“แน่นอน!” เหล่าเฟิงหัวเราะพร้อมตอบกลับ “ท่านคือเต่าดำ! แม้ว่าจะเป็นเต่าดำเด็กแต่ทว่าผ่านความลำบากมาถึงขั้นสิบและผ่านความยากลำบากของทัณฑ์เมฆา อีกทั้งจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นอมตะ! จากนั้นตำแหน่งของอสูรกายที่ท่านจะได้รับนั้นไม่อาจหาที่เปรียบได้ ใครก็ตามที่เห็นท่าน แน่นอนว่าพวกเขาต้องทำความเคารพ!”
“แต่ข้าอยู่ในขั้นสี่เท่านั้น!” ซ่งจงกล่าวออกมาอย่างหวาดกลัว
“ท่านจะต้องเกรงกลัวอะไร? ใครบ้างที่ไม่ต้องฝึกฝน? สิ่งสำคัญคือสายเลือดจักรพรรดิอสูรกายนั้นสามารถพัฒนาได้ไกลมาก ในขณะที่ความแข็งแกร่งของท่านมาถึงจุดหนึ่ง ท่านสามารถเลื่อนขั้นไปได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนั้นแตกต่างจากพวกเราซึ่งเมื่อมาถึงขั้นหกหรือเจ็ดจะไม่สามารถไปได้ไกลกว่านี้!” เหล่าเฟิงตอบกลับด้วยอารมณ์เล็กน้อย
ในจุดนี้เหล่าเฟิงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้พร้อมทั้งรีบกล่าวออกมา “ฮ่าฮ่า ดูอย่างข้าสิ ทำไมข้าต้องกล่าวเรื่องที่ไร้สาระเช่นนี้ด้วยนะ? ฮ่าฮ่า ฝ่าบาทน้อยรีบเข้ามาที่หอคอยเถิด มันคือจุดสูงสุดของเรือมังกรทองคำ ภายในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งดี ๆ มากมาย ข้าจะสร้างความบันเทิงให้กับท่านในขณะเดินทางเอง!”
เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น เหล่าเฟิงพาซ่งจงและเหลยซานเอ๋อเข้าหอคอยไป หลังจากนั้นเหล่าเฟิงหัวเราะออกมาก่อนที่จะกล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อยชุดในปัจจุบันของท่านนั้นแย่เกินไป มีเสื้อผ้าอยู่ด้านในทำไมท่านไม่ลองเข้าไปเลือกดูและเปลี่ยนมันล่ะ?”
เมื่อเหล่าเฟิงกล่าวเช่นนั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเกรงว่าซ่งจงจะโกรธเพราะเขากล่าวตรงเกินไป
แต่ไม่มีใครคาดหวังว่าซ่งจงจะอยากเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเผยยิ้มกว้างและกล่าวว่า “มีเสื้อผ้าอยู่ในนั้นงั้นหรือ? แน่นอน ข้าต้องการจะเปลี่ยน!” ในขณะนั้นเขาพุ่งเข้าไปในห้องทันที และพบว่าในตู้นี้เต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม
นับตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ซ่งจงนั้นสวมเสื้อคลุมของลัทธิเต๋าเสมอ เขาไม่เคยพบกับเสื้อผ้าที่งดงามเช่นนี้ อย่างไรก็ตามเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม และการใส่เสื้อผ้าเช่นนี้มันดีกว่าการที่ต้องถอดกางเกงเดินวนไปมา ซ่งจงไม่เรื่องมากและเลือกชุดที่ใหญ่ที่สุดที่เขาสามารถใส่ได้ทันที
อาจเป็นเพราะว่าเหล่าอสูรกายในทะเลตะวันออกนั้นมีร่างกายที่ใหญ่แต่มันกลับพอดีกับร่างกายที่ผิดปกติของซ่งจง! ในโลกของมนุษย์ ขนาดของชุดที่ซ่งจงใส่ได้จะต้องสั่งตัดขึ้นพิเศษเท่านั้น ชุดที่เขาใส่ในตอนนี้เป็นผ้าไหมสีม่วงซึ่งลวดลายของมันตัดด้วยเส้นไหมสีทอง
ซ่งจงไม่ได้ไตร่ตรองก่อน เขาใส่มันและพุ่งไปที่กระจกทันทีและพบว่ามันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นกษัตริย์และคุณภาพดีกว่าเสื้อคลุมเดิมที่เขาสวมใส่อยู่เสมออีกด้วย
หลังจากที่เสร็จสิ้น ซ่งจงเดินออกจากห้องด้วยความพึงพอใจ เหล่าเฟิงและเหลยซานเอ๋อรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเมื่อเห็นซ่งจงอยู่ในชุดคลุมนี้
“ฮ่าฮ่า แน่นอนว่าบุรุษย่อมต้องการเสื้อผ้า เช่นเดียวกับเหล่านักบวชที่ต้องการเสื้อผ้าทองคำ!” เหล่าเฟิงกล่าวออกมาอย่างตื้นตัน “ฝ่าบาทน้อยท่านแต่งตัวเช่นนี้ทำให้ดูเหมือนลูกหลานของจักรพรรดิอย่างแท้จริง!”
“อือ! พี่ชายน้อยดูดีอย่างมาก!” เหลยซานเอ๋อยิ้มออกมา
“เช่นนั้นเลยหรือ!” ซ่งจงหัวเราะอย่างไม่อาจทำอะไรได้
“ทุกสิ่งที่ข้ากล่าวนั้นคือความจริง! เช่นนี้นั่งลงและพูดคุยกันต่อเถิด!” เหล่าเฟิงกล่าวออกมาและปรับเก้าอี้ให้ซ่งจง
ในตอนนี้เหล่าเฟิงพาเจ้าอ้วนไปนั่งที่เก้าอี้แห่งเกียรติยศ หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้วด้วยการโบกมือของเขา ปรากฏแผ่นขึ้นมาสิบแผ่นขึ้นมาต่อหน้าพวกเขาทั้งสาม ทั้งหมดเป็นผลไม้ที่ฉ่ำมากและซ่งจงไม่เคยเห็น! อย่างไรก็ตามมันคือผลไม้ที่เต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณ ซ่งจงรู้ได้ทันทีว่าพวกมันเป็นผลไม้วิญญาณชั้นยอด แม้ไม่อาจเทียบได้กับดอกบัวแห่งองค์ประกอบธาตุทั้งห้าหรือผลไม้วิญญาณ แต่ว่ามันอยู่เหนือเห็ดจิตวิญญาณของเขาอย่างแน่นอน!
เมื่อเห็นงานเลี้ยงตรงหน้า เหลยซานเอ๋อเผลอน้ำลายไหลออกมา “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ผลไม้พวกนี้!!! ทั้งหมดเป็นผลไม้จิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทะเลตะวันออก! ซานเอ๋อสามารถกินมันได้หรือไม่?”
“กินได้เลย!” เหล่าเฟิงหัวเราะพร้อมกับตอบกลับ “ขอบคุณฝ่าบาทน้อยเถอะ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งของของฝ่าบาททั้งสิ้น แม้แต่ฝ่าบาทเองยังไม่เคยกินมันมากมายเช่นนี้ในการนั่งเพียงครั้งเดียว! ฝ่าบาทน้อยไม่ต้องเกรงใจ สามารถกินมันเลย นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทมอบให้ท่าน!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซ่งจงจะเหนียมอายต่อไปได้อย่างไร? เขาคว้าผลไม้สีเขียวที่ใกล้ที่สุดทันทีพร้อมกับยัดมันเข้าปากของตนเองในครั้งเดียว ความรู้สึกถึงรสชาติและกลิ่นหอมที่ท่วมท้นของมันเต็มอยู่ในปากเขา ในช่วงเวลาที่มันไหลลงคอของเขาไป เขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาได้รับน้ำที่บริสุทธิ์มันทำให้เขาสดชื่นและผ่อนคลายจนแทบจะครวญครางออกมา