Facebook Fanpage กดเลย
••••••••••••••••••••
นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล
สารบัญ ARK
สารบัญ อาณาจักรวิญญาณ
••••••••••••••••••••
บทที่ 251: สายเลือดจักรพรรดิ (1)
เมื่อนักบวชฮัวอวิ๋นได้ยินเช่นนั้น เขาตอบกลับอย่างขื่นขม “พี่สาวที่รัก สถานการณ์ได้ดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว มีหรือที่ข้าจะไม่กล้าทำอะไรอีก? เพียงแค่บอกมาว่าเจ้าต้องการให้ทำอะไร!”
“ความจริงก็คือมันแป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ!” เทพธิดาชิงหยุนพูดออกมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว “ตาเฒ่าเฟิงบอกว่าซ่งจงได้รับการช่วยเหลือจากเหลยซานเอ๋อ นอกจากนี้นางยังเรียกเขาว่าฝ่าบาทน้อย!”
“เห็นได้ชัดว่าตาเฒ่าเฟิงนั้นกล่าววาจาไร้สาระ!” นักบวชฮัวอวิ๋นตอบกลับ “ซ่งจงนั้นเติบโตในสำนักเสวียนเทียน แล้วเขาจะเป็นฝ่าบาทของเหล่าอสูรกายได้อย่างไรกัน?”
“ใครสนใจกันว่านี่คือเรื่องไร้สาระหรือไม่!” เทพธิดาชิงหยุนกล่าวออกมา “นับตั้งแต่ที่เจ้าเป็นจ้าวสำนัก ถ้าหากเจ้ากล่าวสิ่งใด ทุกอย่างจะเป็นความจริง!”
“ว่าอะไร?” นักบวชฮัวอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าใจทันทีพร้อมตอบกลับ “เจ้าต้องการให้ข้าบอกว่าซ่งจงเป็นสายลับให้กับเหล่าอสูรกายงั้นหรือ?”
“ถูกต้อง เจ้าเป็นจ้าวสำนัก ถ้าหากประกาศเรื่องนี้ออกไปทุกคนย่อมเชื่อเจ้า แม้ว่าซ่งจงรอดชีวิตกลับมา เขาจะกลายเป็นศัตรูของทุกคนทันที แม้ว่าเขาจะกล่าวอะไรออกมาก็จะไม่มีผู้ใดเชื่อถือเขา!” เทพธิดาชิงหยุนกล่าวอย่างเยือกเย็น “เช่นนี้เราไม่ต้องเกรงกลัวว่าเขาจะพูดความจริงออกมา นับตั้งแต่ที่เขาเป็นสายลับให้กับอสูรกาย ทุกสิ่งที่เขาพ่นออกมาจะเป็นเรื่องโกหกแม้ว่ามันคือเรื่องจริง!”
“เรื่องนั้น…” ฮัวอวิ๋นก้มหน้าลงพร้อมกับไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “พี่สาว การที่เราจะประกาศเช่นนั้นไม่ง่ายเลย ทุกคนรู้ดีว่าซ่งจงเกิดในสำนักเสวียนเทียนและเติบโตที่นี่ เขาแทบไม่เคยออกไปพบเจอกับโลกภายนอก แล้วจะกลายเป็นสายลับได้อย่างไร? แม้ข้าจะประกาศออกไปเช่นนั้น ก็คงไม่มีใครเชื่อถืออย่างแน่นอน!”
“ถ้าหากเป็นเช่นนั้น เราควรพูดถึงครอบครัวของเขาด้วย!” เทพธิดาชิงหยุนกล่าวออกมาอย่างเกลียดชัง “ถ้าข้าจำไม่ผิด บิดาของซ่งจงนั้นไม่รู้ชาติกำเนิดของตนเอง! เพียงกล่าวออกไปว่าเขาเป็นสายลับให้กับเหล่าอสูรกายและลูกชายของเขาก็เดินตามรอยเช่นกัน ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ผู้คนควรจะเชื่อถูกต้องไหม?”
“เรื่องนั้น…” เมื่อนักบวชฮัวอวิ๋นได้ยินที่นางกล่าว เขาขมวดคิ้วทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น
เทพธิดาชิงหยุนที่เห็นเช่นนั้น นางสั่นศีรษะตนเองอย่างขมขื่นพร้อมกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกผิดต่อพวกเขา ที่จริงแล้วเฉียนหวู่ไม่น่าลงมือเช่นนั้น นางทำมากเกินไปจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เขาเป็นถึงศิษย์หลักของพี่หง เรื่องนี้ทำให้เจ้ารู้สึกเหมือนกำลังหักหลงสหายของตนสินะ แต่ในตอนนี้เรื่องราวนั้นเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย ถ้าหากไม่สร้างเรื่องให้ซ่งจงกลายเป็นสายลับ ไม่เพียงแต่เจ้าจะสูญเสียชื่อเสียงของตนเองทั้งหมด ข้ายังจะต้องโดนลากลงไปในเหวกับเจ้าด้วย ช่วงเวลาที่เรื่องของข้ากับตาเฒ่าเฟิงถูกเปิดเผย แน่นอนว่าข้าจะหลุดพ้นตำแหน่งผู้นำหอเฉวียนจี้ทันที แม้ว่าหอคุมกฎจะไม่สามารถจัดการกับข้าได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าในตอนนี้!”
“เฮ้อ!” นักบวชฮัวอวิ๋นถอนหายใจยาวพร้อมตอบกลับอย่างไร้หนทาง “ลืมมันไปเถอะ ตั้งแต่ที่ข้ามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ข้าก็กลายเป็นคนชั่วช้ามาตั้งแต่แรกแล้ว!” นักบวชฮัวอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างหดหู่พร้อมก้มศีรษะลงอย่างเจ็บปวดหัวใจ
“เฮ้อ!” เมื่อเทพธิดาชิงหยุนได้ยินเช่นนั้น นางถอนหายใจก่อนที่จะกล่าวออกมา “ข้ารู้ว่าศิษย์พี่หงนั้นให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก หากเจ้าทำให้ครอบครัวของเขากลายเป็นสายลับของอสูรกาย ศิษย์พี่หงของเจ้าที่อารมณ์ร้อนเช่นนั้นคงจะตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับเจ้าทันที ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการกระทำของเฉียนหวู่ในครั้งนั้นจะสร้างคลื่นลูกใหญ่ในอนาคตเช่นนี้ อีกทั้งยังทำให้เจ้าต้องสูญเสียเหล่าพี่น้องของตนเองด้วย ทั้งหมดล้วนแต่เป็นความผิดข้าเอง!”
“พี่สาวไม่ต้องกล่าวสิ่งใดต่อแล้ว!” นักบวชฮัวอวิ๋นโบกมือพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “แม้ว่าข้ากับศิษย์พี่หงจะรู้จักกันมายาวนานหลายร้อยปีแต่มันไม่อาจเทียบเท่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของเราได้ นอกจากนี้เขาเคยทำให้ข้าผิดหวังด้วยการปฏิเสธการแต่งงาน ทำให้ข้าเสียหน้าอย่างมากจนไม่อายเงยหน้าขึ้นมาได้อีกครั้ง ถ้าหากไตร่ตรองอย่างละเอียด เขาควรจะรับผิดชอบเรื่องนี้! อีกทั้งเขาไม่สามารถตำหนิข้าในเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบแล้ว อย่างมากที่สุดข้าก็คงพ่ายแพ้เขาสักครั้ง!”
เทพธิดาชิงหยุนรู้ว่าการที่ฮัวอวิ๋นกล่าวออกมาเหมือนทุกอย่างเรียบง่าย แต่ภายในใจของเขานั้นแตกสลาย มันเป็นเพียงนางที่ไม่รู้วิธีปลอบใจเขาเท่านั้น นางจึงตอบกลับด้วยอารมณ์ที่เศร้าโศก “ถ้าหากเป็นเช่นนั้น มาสรุปเรื่องนี้กันเถิด ถ้าซ่งจงกลายเป็นสายลับ เหรียญหัวหน้าทะเลตะวันออกที่เขาได้รับอาจถูกยึด แต่ไม่ต้องกังวลเนื่องจากเกาะไผ่เขียวนั้นเป็นของเจ้าแล้ว มันก็จะเป็นของเจ้าในอนาคต ตาเฒ่าเฟิงนั้นสร้างปัญหามากเกินไป เราจะให้เขาจ่ายในราคาที่สมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน!”
“ฮ่าฮ่า ยอดเยี่ยม! ข้าต้องใช้เกาะไผ่เขียวเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ!” นักบวชฮัวอวิ๋นกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
อย่างไรก็ตาม เทพธิดาชิงหยุนรับรู้ได้ว่ารอยยิ้มนั้นปกปิดสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย ใบหน้าของเขาพร้อมที่จะร้องไห้ตลอดเวลา แต่เนื่องจากเรื่องราวได้ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว เทพธิดาชิงหยุนไม่ได้กล่าวอะไรต่อพร้อมจากไป นักบวชฮัวอวิ๋นส่งนางออกไป จากนั้นเขากลับมายืนมองพระจันทร์ที่สว่างไสวเต็มฟ้า เขาพึมพำกับตนเองอย่างช่วยไม่ได้ “ดวงจันทร์เปล่งประกายเจิดจ้าในขณะที่หัวใจข้ามืดสนิท ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าข้านักบวชฮัวอวิ๋น จะได้ลงมือทำเรื่องที่ชั่วร้ายเช่นนี้ในชีวิต! ศิษย์พี่หง น้องชายผู้นี้ทำให้ท่านผิดหวังและผิดคำพูด! อ้วนน้อยเจ้าก็ไม่สามารถกล่าวโทษข้าได้เช่นกัน ใครกันขอให้เจ้าเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ต่อพวกเราทุกคนเช่นนี้? ถ้าหากเจ้าไม่ตาย ข้าก็คงไม่อาจใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ ดังนั้นขอโทษด้วยที่ข้าทำให้เจ้าผิดหวัง!”
เมื่อเขากล่าวจบ นักบวชฮัวอวิ๋นนั่งลงที่โต๊ะทำงานพร้อมเขียนบางสิ่งอย่างเร่งด่วน
ในตอนนี้ซ่งจงได้ตื่นขึ้นมาแล้วหลังจากหมดสติไปเป็นเวลานาน
หลังจากที่ซ่งจงตื่นขึ้นมาแล้ว เขาลืมตามาพบกับใบหน้าที่สวยงามและเต็มไปด้วยสติปัญญา
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าที่สวยงามนั้นทำให้ซ่งจงตกใจจนแทบตายอยู่ตรงนั้น เขาเกรงกลัวจนตัวสั่น เหตุผลนั้นไม่มีอะไรมากแต่เป็นเพราะซ่งจงนั้นจดจำใบหน้านี้ได้อย่างดีมันคือใบหน้าของ ราชันเหยี่ยวฟ้าเหลยซานเอ๋อ
แน่นอนว่าเหลยซานเอ๋ออยู่ในระดับตำนานของกลุ่มพันธมิตรทะเลตะวันออก ผู้ฝึกตนหลายพันคนตายตกไปในมือของนาง แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจินตันยังไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้! สำหรับซ่งจงที่เผชิญหน้ากับบุคคลอันตรายเช่นนี้ เขาจะไม่เกรงกลัวได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของซ่งจง เหลยซานเอ๋อตกใจพร้อมถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวทันที จากนั้นนางกล่าวออกมาอย่างน่าเวทนา “ฝ่าบาทน้อย เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนั้น? ข้าเป็นคนดีนะ!”
เมื่อมองใบหน้าของเหลยซานเอ๋อ ซ่งจงรู้สึกผิดเล็กน้อยพร้อมกล่าวออกมาอย่างขื่นขม “เรื่องนั้น คือว่า… เหอะ ๆ”
หลังจากตอบกลับเช่นนั้น เขาไม่รู้จะกล่าวอะไรต่อ เขาตระหนักได้ว่าเหลยซานเอ๋อปฏิบัติกับเขาราวกับว่าเป็นคนสำคัญของอสูรกายไม่ใช่ผู้ฝึกตนของโลกมนุษย์ ซ่งจงนั้นไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ ในตอนนี้เขาทำได้เพียงเงียบไว้ ถ้าหากเหลยซานเอ๋อรู้ความจริง นางคงจะฉีกเขาเป็นชิ้นเพื่อให้อาหารปลา
เมื่อเหลยซานเอ๋อมองซ่งจงที่หัวเราะออกมาอย่างโง่เขลา นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ฝ่าบาทน้อย ข้าคือเหลยซานเอ๋อ อินทรีย์สายฟ้า ข้าเป็นทูตของจักรวรรดิทะเลตะวันออก ท่านมาจากไหน เหตุใดจึงถูกไล่ล่าโดยผู้ฝึกตนมนุษย์?”
“เรื่องนั้น…” ซ่งจงลูบหัวตนเองพร้อมตอบกลับอย่างขมขื่น “ข้าจำไม่ได้จริง ๆ! เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าเป็นเช่นนั้น?”
ในขณะที่เขากล่าวเช่นนั้นซ่งจงเริ่มมองไปรอบ ๆ และพบว่าเขาอยู่ในห้องที่สวยงาม ทุกอย่างตกแต่งอย่างลงตัวด้วยสีชมพู แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ได้จะต้องร่ำรวยอย่างมาก อีกทั้งซ่งจงนอนอยู่บนเตียงของนาง ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยผ้าไหมที่นุ่มสบาย ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก
สำหรับเหลยซานเอ๋อ นางนั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อได้ยินซ่งจงกล่าวเช่นนั้น นางตกใจอยู่ครู่หนึ่งพร้อมกล่าวออกมาว่า “ฝ่าบาทน้อย เพื่อช่วยเหลือพวกเราท่านได้ต่อสู้กับผู้ฝึกตนที่น่ากลัวและถูกพลังของเขาระเบิดใส่ กระดูกของท่านแตกหักจำนวนมาก ท่านจึงได้รับบาดเจ็บที่สมองและสูญเสียความทรงจำไปชั่วคราว เป็นเช่นนี้?”
“อา!” ซ่งจงพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “อาจจะเป็นเช่นนั้น!”
“โอ เป็นเรื่องที่แย่จริง ถ้าหากสูญเสียความทรงจำจริง ๆ ท่านจะกลับบ้านได้อย่างไร?” เหลยซานเอ๋อรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ฮ่าฮ่า!” ซ่งจงหัวเราะออกมาเบา ๆ “ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ข้าจะรอจนกว่าจะฟื้นคืนความทรงจำได้ เอาล่ะ ทำไมเจ้าจึงเรียกข้าว่าฝ่าบาทน้อย?”
“ท่านยังต้องถามอีกงั้นหรือ? ท่านคือผู้สืบทอดสายเลือดบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรกาย เหล่าอสูรกายทุกตนจะต้องเรียกท่านว่าฝ่าบาทน้อย!” เหลยซานเอ๋ออธิบายด้วยรอยยิ้ม
“สายเลือดของจักรพรรดิอสูรกาย?” เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาหัวเราะอย่างขื่นขมพร้อมกล่าวต่อ “มันคืออะไร?”
“โอ เรื่องนี้ท่านก็ลืมเลือน?” เหลยซานเอ๋อหัวเราะอย่างขื่นขมพร้อมอธิบาย
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจ ปรากฏว่าเหล่าอสูรกายต่าง ๆ ที่อยู่บนระฆังทองแดงนั้นเป็นลูกหลานของจักรวรรดิอสูรกายทั้งสิ้น อสูรกายเหล่านี้ได้แก่เทพเจ้ามังกร พยัคฆ์ขาว เต่าดำ หงส์อัคคี นกฟีนิกซ์ กวางเก้าสีและอื่น ๆ ทั้งหมดถูกเรียกว่าจักรวรรดิอสูรกาย หลังจากผ่านมาหลายชั่วอายุคน มีการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดทำให้ทั้งหมดแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามเหล่าอสูรกายต่าง ๆ จะมีสายเลือดที่ใกล้ชิดกับจักรพรรดิอสูรกายอย่างมาก ทั้งหมดมักจะสืบทอดความทรงพลังของจักรพรรดิอสูรกายและถูกสร้างให้เป็นผู้นำ เมื่อเวลาผ่านไปทั้งหมดถูกเรียกว่าสายเลือดแห่งจักรพรรดิอสูรกาย!
หลังจากที่ซ่งจงเข้าใจความหมายของเลือดจักรพรรดิ เขายังคงมีความสับสนอยู่ ท้ายที่สุดเขาถามออกไปอย่างระมัดระวัง “ซานเอ๋อ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามีสายเลือดแห่งจักรพรรดิอสูรกาย?”
“สวรรค์ ท่านลืมทุกสิ่งจนหมดสิ้น!” เหลยซานเอ๋อยกฝ่ามือลูบหน้าของตนเองก่อนที่จะอธิบาย “ฝ่าบาทน้อยท่านเป็นสายเลือดที่ยิ่งใหญ่ของเต่าดำ ท่านมีเส้นสายธารโลหิตและยังมีลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเต่าดำ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้!”
Facebook Fanpage กดเลย
••••••••••••••••••••
นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล
สารบัญ ARK
สารบัญ อาณาจักรวิญญาณ
••••••••••••••••••••
บทที่ 251: สายเลือดจักรพรรดิ (2)
เมื่อเหลยซานเอ๋ออธิบายเช่นนั้น ซ่งจงตระหนักได้ทันทีและเข้าใจว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากเส้นสายธารโลหิต หลังจากที่เขาใช้มันร่วมกับไฟต้นกำเนิด มันหลอมรวมเข้ากับซ่งจงอย่างสมบูรณ์ ในเวลานี้ถือได้ว่าเขามีสายเลือดของเต่าดำอยู่ภายในร่างกาย ดังนั้นเขาจึงมีการเปลี่ยนแปลงที่พิเศษเมื่ออยู่ในน้ำและมีคลื่นพลังของอสูรกาย อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งอสูรกายก็ได้
ในขณะที่ซ่งจงกำลังฝันกลางวัน เหลยซานเอ๋อถามออกมาด้วยรอยยิ้ม “ฝ่าบาทน้อย ท่านอยู่ในขั้นสี่เท่านั้นและกำลังจะเลื่อนขั้นแล้ว ช่างโดดเด่นเหลือเกิน! แม้ว่าข้าจะมีโอกาสได้ฝึกฝนแต่ก็หยุดอยู่ที่ขั้นห้าเท่านั้น แต่กล่าวกันว่าสายเลือดอสูรกายจักรพรรดินั้นจะเปลี่ยนแปลงร่างกายตนเองเมื่อเข้าสู่ขั้นแปด เก้า หรือสิบไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านจึงพัฒนารวดเร็วเช่นนี้?”
“เหอะ ๆ” ซ่งจงได้แต่ปล่อยเสียงหัวเราะโง่งมออกมา “ข้าไม่รู้ ข้าจำไม่ได้!”
ในตอนนี้ซ่งจงรู้สึกดีมากกับข้อแก้ตัวที่เขาจำอะไรไม่ได้เลย ตราบใดที่เขาพบเจอกับคำถามที่ไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาจะใช้เหตุผลนี้เพื่อหลีกเลี่ยง อย่างน้อยที่สุดมันก็ไม่สร้างความสงสัยใด ๆ เพิ่มเติมให้กับเหลยซานเอ๋อ
เมื่อเหลยซานเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้และไม่ได้ถามเขาต่อในเรื่องนั้น ใบหน้านางบิดเบี้ยวพร้อมกล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อย มันไม่สำคัญว่าท่านจะพัฒนาได้รวดเร็วแค่ไหน แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องเปลี่ยนแปลงมาในสภาพเช่นนี้?”
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขางุนงงทันทีพร้อมถามกลับด้วยความสับสน “ข้าผิดปกติงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ว่ามันผิด แต่ว่ามัน…” เหลยซานเอ๋อไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร
เมื่อซ่งจงเห็นเช่นนั้น เขาถามกลับพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “อะไรงั้นหรือ?”
“อา ประมานว่า…” เหลยซานเอ๋อตอบ “เดือนที่แล้วข้าได้พบกับผู้ฝึกตนคนหนึ่ง เขาเป็นก้อนไขมันเดินได้ เขาบังคับให้ข้าถอยกองทัพของตนเองและปล่อยเชลยกว่าสิบคน ซึ่งน่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด!”
เมื่อนางกล่าวเช่นนั้น นางกัดฟันราวกับต้องการจะแสดงว่ารังเกียจเขามากเพียงใด เมื่อซ่งจงเห็นว่านางเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ เขาอดไม่ได้ที่จะหดตัวเนื่องจากความเย็นเข้าสู่ไขสันหลังของตนเอง
เหลยซานเอ๋อกล่าวต่อ “ฝ่าบาทน้อย ท่านรู้ไหมว่าท่านเหมือนเขาอย่างมาก ครั้งแรกที่ข้าเห็นท่าน ข้าคิดว่าท่านเป็นเขา!”
“โอ!” เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขารีบปฏิเสธทันที “แน่นอนว่าข้าไม่ใช่เขา!”
“ข้ารู้ ข้ารู้อยู่แล้ว!” เหลยซานเอ๋อเผยรอยยิ้มออกมา “ฝ่าบาทนั้นมีสายเลือดของเต่าดำ แต่ว่าไขมันบัดซบนั่นไม่มี นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของท่านไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเทียบได้ แม้ว่าท่านกับเขาจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ข้าสามารถทุบตีไขมันบัดซบให้ตายตกได้ด้วยฝ่ามือเดียว สำหรับท่านที่สามารถไล่ผู้ฝึกตนระดับหยวนหยินกลับไปด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสได้! สวรรค์ ข้าชื่นชมท่านเหลือเกิน ช่างแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใด!”
ในขณะที่นางกล่าวเช่นนั้น ดวงตาของนางที่มองซ่งจงนั้นเต็มไปด้วยความนับถือ ไม่แปลกเลยที่นางจะคิดเช่นนั้น การต่อสู้ของซ่งจงนั้นอัศจรรย์เกินไป เขาไล่ผู้ฝึกตนระดับหยวนหยินด้วยสถานะผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิ หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป แน่นอนว่ามันจะเป็นข่าวที่สั่นสะเทือนโลกแห่งผู้ฝึกตน
เหล่าอสูรกายนั้นนับถือผู้ที่แข็งแกร่งอย่างมาก ดังนั้นด้วยการต่อสู้ที่ดุเดือด ไม่แปลกใจที่เหลยซานเอ๋อจะชื่นชมเขาอย่างมาก
เมื่อซ่งจงเห็นดังนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลื้มใจ แต่เขาเก็บอาการและกล่าวออกไปอย่างถ่อมตัว “ไม่ถึงขนาดนั้น เป็นเพียงข้าที่โชคดีเท่านั้น!”
“อา ฝ่าบาทน้อยช่างถ่อมตัว! โชคดีแบบไหนกันที่สามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับหยวนหยินหลบหนีได้?” เหลยซานเอ๋อกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ซ่งจงนั้นรู้ตัวอยู่แล้ว แต่ความลับของเขาไม่สามารถบอกกล่าวกับเหลยซานเอ๋อได้ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “เอาล่ะ ซานเอ๋อ ตอนนี้ข้าอยู่ที่ใด?”
“รายงานฝ่าบาทน้อย ท่านอยู่ที่เกาะอินทรีย์สายฟ้า!” เหลยซานเอ๋อตอบกลับ
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขารู้ไม่จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “อา เจ้าไม่เรียกข้าว่าฝ่าบาทน้อยได้หรือไม่ ข้าไม่ชิน!”
“แล้วข้าควรเรียกท่านว่าอะไร?” เหลยซานเอ๋อตอบกลับอย่างงุนงง
“ถ้าหากเจ้าไม่ถือ เจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่ชายได้!” ซ่งจงตอบกลับ
ในความเป็นจริงแม้ว่าซ่งจงจะดูแก่กว่าแต่ทว่าความแตกต่างเรื่องอายุของทั้งสองนั้นห่างกันอย่างมาก เหลยซานเอ๋อนั้นฝึกฝนมานานกว่าเจ็ดถึงแปดร้อยปี ในขณะที่ซ่งจงอายุเพียงสามสิบเท่านั้น ด้วยช่องว่างระหว่างอายุมันมากพอที่จะเรียกเหลยซานเอ๋อว่าอาวุโสยาย ดังนั้นเขาจึงเพิกเฉยต่อมันและทำเหมือนนางเป็นน้องสาวเท่านั้น
แน่นอนว่าเหลยซานเอ๋อไม่รู้ถึงความตั้งใจของซ่งจง อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งเป็นเครื่องชี้วัดทุกสิ่งของเหล่าอสูรกาย ความแข็งแกร่งของเขาทำให้เหลยซานเอ๋อเชื่อสนิทใจ ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยพอใจนักและตอบกลับอย่างร่าเริงว่า “เป็นเกียรติของข้าอย่างยิ่ง ข้าจะเรียกท่านว่าพี่ชายน้อย!”
“ทำไมต้องเป็นพี่ชายน้อย?” ซ่งจงตอบกลับอย่างงุนงง “ดูร่างกายของข้าสิ มันดูเล็กน้อยงั้นหรือ?” เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นมา
เหลยซานเอ๋อปิดปากพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “เพราะว่าท่านยังเด็ก! อย่าบอกนะว่าข้าผิดที่จะเรียกท่านแบบนั้น?”
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น ซ่งจงรู้ได้ทันทีว่าเหลยซานเอ๋อนั้นไม่ได้โง่เขลาและรู้อายุของเขาแล้ว แต่เพราะความแข็งแกร่งและสถานะที่เขามีทำให้นางยอมเรียกเขาว่าพี่ชาย
หลังจากที่ซ่งจงเข้าใจ เขาเผยยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ย่อมได้!”
ในขณะกล่าวเช่นนั้น เขาเหยียดตัวบนเตียงพร้อมอุทานอย่างประหลาดใจ “หือ อาการบาดเจ็บของข้าหายไปแล้ว? เกิดอะไรขึ้น? ข้าจำได้ว่ากระดูกของข้าหักไปมากเมื่อต้องพบเจอกับฝ่ามือนั้น”
“ฮี่ฮี่ ข้ามียาลึกลับ ราชาฉลามดำเคยมอบมันให้กับข้า!” เมื่อเหลยซานเอ๋อกล่าวถึงราชาฉลามดำ นางมีท่าทีที่เปลี่ยนไปและไม่กล่าวสิ่งใดต่อ
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขารู้ว่าเหลยซานเอ๋อนั้นเป็นทุกข์ที่ราชาฉลามดำตายตกไป ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ได้เป็นถึงทูตแห่งจักรวรรดิทะเลตะวันออก แต่กลับตายตกได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าในอดีตจะไม่ได้ใกล้ชิดกัน เหลยซานเอ๋อก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกไปเมื่อราชาฉลามดำได้จากไป
ในขณะที่ซ่งจงกำลังคาดเดา เขาได้แต่ทำเป็นสับสนเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ “ซานเอ๋อเจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?”
“ไม่เป็นอะไรมาก!” เหลยซานเอ๋อตอบกลับอย่างมีความสุข “เมื่อกล่าวถึงราชาฉลามดำ ข้ารู้สึกเศร้าเล็กน้อย ในอดีตข้านั้นขัดแย้งกับสหายผู้นี้เสมอและรังเกียจเขามาก แต่หลังจากที่เขาตายตกไปด้วยมือของไขมันบัดซบ ข้ากลับรู้สึกเศร้าเล็กน้อย!”
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะระแวง กลัวว่าเหลยซานเอ๋อจะจำตัวตนของเขาได้ เขาจึงรีบกล่าวออกไป “คนตายไม่สามารถกลับมามีชีวิตอีกได้ จงก้าวต่อไปเถิด!”
“เป็นเช่นนั้น!” เหลยซานเอ๋อพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายน้อยอย่ากังวล ข้าสบายดี หลายปีที่ผ่านมาเพื่อนของข้ามากมายต้องล้มหายตายจากจากไปหลายครั้งแล้ว ข้ารู้สึกคุ้นชินแล้ว!”
เมื่อซ่งจงได้ยินเช่นนั้น เขาหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม “เอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เจ้าช่วยหาเสื้อผ้าให้ข้าหน่อยได้ไหม ข้าต้องการออกไปข้างนอก!”
หลังจากที่ผ่านการต่อสู้ที่โหดร้าย ร่างกายของซ่งจงฟกช้ำไปทั้งตัวและเสื้อผ้าของเขาไม่อยู่ในสภาพเดิม แน่นอนตอนนี้เขาเปลือยกายมานานเกินไปแล้ว แม้แต่ในตอนนี้ที่เขานอนอยู่บนเตียงก็เช่นกัน
“ย่อมได้!” เหลยซานเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางเดินไปหยิบชุดคลุมสีชมพูออกมาด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายน้อยนี่เป็นชุดโปรดของข้าเลย แล้วข้าจะให้ท่านใส่มันอย่างไร?”
เมื่อซ่งจงเห็นเช่นนั้น เขาโกรธจัดจนแทบตายตก! สิ่งที่นางหยิบออกมานั้นเป็นเสื้อผ้าสตรี เขาจะสวมใส่มันได้อย่างไร? แต่ถ้าหากเขาไม่สวมมัน แน่นอนว่ามันจะขัดแย้งกับการที่เขาความจำเสื่อม เพื่อที่จะให้การแสดงนี้สมบูรณ์แบบ เขาย่อมไม่รู้ความแตกต่างระหว่างหญิงกับชาย อย่างไรก็ตามมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสวมชุดของสตรี
ขอบคุณสวรรค์ ซ่งจงตอบกลับด้วยไหวพริบ “ข้ารู้สึกว่ามันเล็กไป มันจะไม่ทำให้ข้าอึดอัดหรือ?”
“อา!” เหลยซานเอ๋อเข้าใจทันที “ข้าควรทำอย่างไรดี? ชุดของข้านั้นเล็กมาก ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะสวมมัน!”
“ถ้าเช่นนั้น ขอใบไม้สักใบให้ข้าปกปิดตนเองก็พอ!” ซ่งจงตอบกลับอย่างหดหู่ เขามีเสื้อคลุมของตนเองในแหวนมิติอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นชุดคลุมของมนุษย์ ถ้าหากเขาสวมใส่มันแน่นอนว่าเหลยซานเอ๋อจะต้องจดจำได้ว่าเขาคือไขมันบัดซบที่สังหารราชาฉลามดำ ดังนั้นเหตุผลนี้จึงทำให้เขาไม่กล้าที่จะสวมใส่ชุดของตนเอง
เมื่อเหลยซานเอ๋อได้ยินที่ซ่งจงกล่าว นางเผยยิ้มออกมา “ตามนั้น ข้าจะสร้างชุดใหม่ให้พี่ชายน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะตัดเย็บเสื้อผ้าเอง รอสักครู่เดี๋ยวข้ากลับมา!” เมื่อนางกล่าวเช่นนั้น นางไม่รอให้ซ่งจงตอบกลับพร้อมกับหมุนตัวออกจากห้องไปทันที นางดูตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้ตัดเสื้อผ้าให้ซ่งจงใส่
เมื่อซ่งจงได้เห็นเช่นนั้น เขาจะกล่าวอะไรได้อีก? สุดท้ายเขาทำได้เพียงรอ โชคดีที่เหลยซานเอ๋อกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกอดกองใบไม้ไว้ จากนั้นนางทิ้งใบไม้ทั้งหมดลงบนพื้นและเริ่มสร้างเสื้อผ้าให้ซ่งจง
เหลยซานเอ๋อนั้นรวดเร็วอย่างมาก ในเวลาเพียงสั้น ๆ นางยืนขึ้นพร้อมกับชุดใบไม้ที่ดูหรูหราพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายน้อยออกมาดูมันสิ สิ่งนี้สร้างมาจากใบไม้ของต้นไม้สายฟ้าร่ำไห้ ดูสิมันมีสายฟ้าเป็นประกายอยู่รอบ ๆ ด้วย ท่านว่ามันสวยหรือไม่?”