Artifact Reading Inspector 17

ตอนที่ 17

TL : ความจริงแล้วลิม ซองจุน เป็นรองประธานกรรมการครับผมแปลผิดไปเมื่อท้ายตอนที่ 12 ขอโทษจริงๆครับ 

อ่านนิยาย เรื่องนี้ ก่อนใคร ที่ novelza.com

พวกเขาเดินออกมาด้านนอกและพบกับหญิงสาววัยกลางคนผู้หนึ่งกับผู้ดูแลสาวกําลังดูวัตถุโบราณอยู่เธอดูจะอยู่ในช่วงต้น40 เสื้อผ้า เครื่องประดับและประเป๋าของเธอดูมีราคา แพง ดังนั้นเธอต้องเป็นหยาง โซจิน

 

อย่างไรก็ตามผู้ดูแลสาวของเธอไม่ได้ดูเหมือนคนเกาหลีเธอน่าจะเป็นคนญี่ปุ่น

 

“ฮะ? นายมาแล้วเหรอ?”

 

ลูกสาวของซองจุนก็อยู่ข้างๆโซจินเช่นกันแฮจินเกือบจะลืมเธอไปแล้ว

 

“ผมบอกให้คุณอยู่บ้าน…. อย่าสร้างปัญหาโดยไม่จําเป็น”

 

“ทะ ทําไมต้องฉัน? ฉันได้เอกศิลปะเชียวนะ นี่หยุดเมินฉันได้แล้ว!” เธอตะโกน แต่เธอก็หลบตาเขาราวกับจําได้ว่าเมื่อวา นเธอทําอะไรลงไป

 

“ผมจะเมินคุณจริงๆถ้าคุณยังพูดหยาบคายกับผมอีกครั้ง อย่าลืมว่าผมไม่ใช่พนักงานของฮวาจิน เข้าใจไหม?” 

 

“เฮอะ! ดี เยี่ยมไปเลย ดูเหมือนนายจะหลงตัวเอง…”

 

เธอเม้มปากและหันหน้าหนี ทุกคนที่ดูอยู่รู้สึกประหลาดใจพวกเขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน

 

“นฮโยยอน เธอรู้จักคุณแฮจินด้วย?” ขึ้นแฮถามด้วยความประหลาดใจ

 

ลูกสาวของซองจุนที่ถูกเรียกว่าฮโยยอนตอบกลับโดยไม่หันไปมอง

 

“ฉันอยู่ตอนที่เขาคุยกับพ่อเมื่อวาน อย่าถามอะไรอีก ยังไงก็เถอะนี่คือสิ่งที่คุณต้องการ?”

 

หยาง โซจินไม่ได้ตอบคําถามที่ตรงไปตรงมาของเธอ เธอหันไปสบตากับแฮจิน

 

“รองประธานกรรมการส่งคุณมา?”

 

“ใช่ ว่าแต่คุณไม่ได้นาของมาด้วย?”

“ไม่ มันมีค่าเกินกว่าที่จะถือมันเดินไปรอบๆเพียงเพราะต้องการประเมินมัน หลังจากที่เราบรรลุข้อตกลง กันแล้วมันก็จะถูกย้ายไปยังที่ที่คุณลิมต้องการด้วยความช่วย เหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

 

“หวังว่าผมคงไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นหรอกนะ”

 

แฮจินแสดงออกอย่างชัดเจนเลยว่ามันน่ารําคาญ ทําให้โซจนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นแฮจินทํางานให้กับรองประ ธานลิม ซองจุนของฮวาจินแต่กลับดูเหมื่นคนที่ไปซุปเปอร์ มาร์เก็ตเพราะพ่อแม่สั่ง

 

“ไม่ต้องห่วง ของมันอยู่ในแกลเลอรี่ของฉัน”

 

“งั้นก็ดี ว่าแต่นี่คือสิ่งที่เจ้านายของคุณต้องการใช่ไหม?”

 

วัตถุโบราณที่โซจินกําลังดูอยู่คือถ้วยชาขนาดเล็กที่เป็นเครื่องลายครามดอกฟ้าสีขาว ลายไม้ไผ่ที่โดดเด่นนั้นน่า ประทับใจ แต่น่าแปลกตรงที่มันดูไม่มีคุณค่าทางศิลปะเท่ากับ ศิลาดลสีเทาอมฟ้าที่แฮจินเห็นในภาพถ่าย

 

“เขาไม่ใช่เจ้านายของฉันแต่เป็นลูกค้า”

 

โซจินรู้สึกขุ่นเคืองและแก้ไขคําพูดของเขา อย่างก็ตามแฮจินกลับไม่ได้มองไปที่เธอด้วยซ้ํา

 

“มันก็เหมือนกัน แล้วเราจะไปดูศิลาดลกันเลยไหม?”

 

“คุณประเมินมันเสร็จแล้ว?”

 

ในการประเมินถ้วยชาที่ถูกต้องแฮจินต้องยกมันขึ้นมาเพื่อดูกันและสัน เขายังต้องศึกษาสภาพของการเคลือบและมอง หาร่องรอบของการบูรณะอย่างไรก็ตามเขากลับดูมันอย่าง รวดเร็วและแนะนําว่าพวกเขาควรไปต่อ ดังนั้นมันจึงทําให้ทุกคนตกใจ

 

“ผมตรวจเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ผมอยากจะเห็นศิลาดลสีเทาอมฟ้าก่อนแล้วค่อยกลับมาตรวจต่อให้เสร็จ”

 

“อะไร… ฮู… โอเค งั้นเราเดินไปกันเถอะมันอยู่ห่างจากที่นี่เพียงแค่ห้านาที่”

 

ใบหน้าของโซจินราวกับจะกล่าวว่า “เขาเป็น ชายแบบไหนกัน?? แต่เมื่อเห็นว่าแฮจินดูมั่นใจมากดังนั้นเธอจึงต้องถอยออกมา

 

พวกเขาเดินออกจากแซยอนแกลเลอรี่และมาถึง ฮันบิทแกลเลอรี่ในอีกห้านาทีต่อมา มันเป็นอาคารสีขาวที่ดูหรูหรา แกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียง ส่วนใหญ่ในเกาหลีจะอยู่ในย่านบุกชอนและอินซาดง

 

ขนาดของฮันบิทแกลเลอรี่นั้นมีขนาดเล็กกว่าแซยอนแกลเลอรี่ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตามการตกแต่งภายในของมันก็เพียงพอแล้วที่ จะบ่งบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้สําหรับคนธรรมดา

 

กําหนดการจัดนิทรรศการถูกเขียนไว้ที่ทางเข้าแต่ไม่ มีกําลังการในวันนี้ดังนั้นมันจึงไม่มีวัตถุโบราณอยู่ด้านใน

“มันว่างเปล่า”

 

“เรากําลังอยู่ในช่วงเตรียมงานนิทรรศการครั้งต่อไป”

 

“มันเกี่ยวกับภาพวาดตะวันออกใช่ไหม?”

 

“ใช่ เรามีภาพวาดที่ดีอยู่นิดหน่อย ดังนั้นโปรดมาหากคุณมีเวลา”

เธอตอบเหมือนหุ่นยนต์ราวกับจะถามว่า “คุณคงไม่คิดจะมาจริงๆหรอกใช่ไหม?”

 

นอกเหนือจากความสามารถของแฮจินแล้ว โซจินยังไม่ชอบที่สามัญชนเข้ามาในสถานที่สําหรับคนรวยและผู้มีอํานาจ

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะว่างเปล่า แต่ถ้าผมมีเวลา ผมก็จะมาผมหวังว่าคุณคงไม่เตะผมออกไปเพราะผมดัน มาจริงๆ”

 

ฮโยยอนที่เดินตามมาข้างหลังหัวเราะ

 

“แน่นอนว่าไม่ เชิญตามมาทางนี้”

 

เธอเดินนํากลุ่มไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของแกลเลอรี่

 

“ฮะฮา…”

 

บยองกุกเป็นคนแรกที่แสดงปฏิกิริยาเมื่อพวกเขาเห็นศิลาดลสีเทาอมฟ้า แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีสายตาที่เฉียบคมเห มือนพ่อผู้ล่วงลับของแฮจินแต่เขาก็ใช้ชีวิตในฐานะโจรปล้นสุ สานมานานหลายสิบปี ดังนั้นทันทีที่เขาได้เห็นศิลาดลของจริง เขาก็รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ธรรมดา

 

โซจินหยุดบยองกุกไม่ให้เข้าใกล้มันและมองไปที่แฮจินเธออยากจะให้เขารีบประเมิน

 

ความจริงแล้วที่แฮจินอยากมาที่นี่ก่อนก็เพราะเขาไม่แน่ใจว่าเขาควรใช้เวทมนตร์กับชิ้นไหน มานาของเขามันมีไม่เพียงพอสําหรับการใช้สองครั้งมิเช่นนั้นเขาอาจจะล้มลงกลางแกลเลอรี

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้เห็นศิลาดลสีเทาอมฟ้าแล้วเขาก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าเขาควรใช้เวทมนตร์กับชิ้นไหน

 

“เมื่อตัดสินจากรูปร่างไหล่ที่กว้างและเอวที่ค่อนข้างคอดมันน่าจะสร้างขึ้นหลังศตวรรษที่ 17 และรูปแบบของมันยัง แสดงให้เห็นอีกว่ามันถูกสร้างขึ้นในมินโยซึ่งเป็นเตาสําหรับทํา ซรามิกที่ใช้โดยคนธรรมดาแทนที่จะเป็นของกวานโยซึ่ง เป็นเตาสําหรับทําเซรามิกของรัฐบาลพวกเซรามิกแบบนี้ที่ ถูกผลิตในศตวรรษที่ 17 และอบในมินโยเป็นของหายากโดยเฉพาะชิ้นที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่”

 

โซจินยิ้มด้วยความพึงพอใจเป็นครั้งแรก

 

“ฉันรู้ว่ารองประธานส่งคุณมา แต่ฉันก็ยังสงสัยเพราะคุณยังเด็กมาก อย่างไรก็ตามคุณกลับรู้คุณค่าของมันได้ในทันที่ และก็อย่างที่เห็นของชิ้นนี้มันถูกสร้างโดยช่างฝีมือที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในยุคนั้น นั่นคือเหตุผลที่ฉันจะไม่ขายมันเพื่อเงิน”

 

แฮจินหยิบถุงมือสีขาวจากอื่นแฮและเริ่มตรวจดูศิลาดลมัน สูงประมาณ 50ซม.ดังนั้นมันจึงมีน้ําหนักค่อนข้างมาก บยองกุกช่วยยกมันขึ้นอย่างระมัดระวังเพื่อให้แฮจินดูขางล่าง ได้ถนัด

 

ประมาณ 15 นาทีต่อมาแฮจินก็ถอดถุงมือและส่งมันคืออื่น

แฮ

 

“ขอบคุณ ตอนนี้เรากลับกันเถอะ”

 

“คุณประเมินมันเสร็จแล้ว?”

 

“ไม่ ผมยังประเมินถ้วยชาค้างเอาไว้ ดังนั้นผมควร จะกลับไปประเมินมันให้เสร็จ”

 

เห็นได้ชัดว่าโซจินรู้สึกรําคาญ

 

“อา… ไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนว่าวิธีการทํางานของคุณจะยุ่ง ยากมากน่าดู”

 

โซจินดูไม่มีความสุขกับเรื่องนี้ แต่ถึงเธอจะบ่นยังไงเธอก็ยังกลับไปที่แซยอนแกลเลอรี่พร้อมกับพวกเขาอยู่ดี

 

จากนั้นแฮจินก็หยิบถุงมือจากอินแฮและเดินเข้าไปใกล้ถ้วยนาชา พร้อมกันนั้นเขาก็ขอถ้วยน้ําก่อนจะเอา นิ้วจุ่มลงไป

 

ด้วยนิ้วเดียวกันเขาทําการวาดลงบนกล่องแก้วและร่ายเวทมันเป็นคาถาที่จะแสดงให้เห็นถึงอดีตของสิ่งของ

ไม่นานผลของอาการปวดหัวและคลื่นไส้ชั่วขณะก็จาง หายไป ขาของเขาไม่ได้สูญเสียกําลังมากเหมือนแต่ก่อน เขา รู้สึกว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆ

 

แฮจินมองไปที่ถ้วยชา จากนั้นเขาก็วางมันลงและมองไป ที่อื่นแฮ

 

“เราต้องคุยกัน คุณก็ด้วย แม่หญิงช่างพูด”

 

แฮจินไม่อยากจะอยู่ใกล้กับฮโยยอน แต่เธอเป็นตัวแทนขอ งซองจุน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือก

 

“ฉันไม่ใช่คนช่างพูดซะหน่อย… ฉันเป็นคนเงียบๆ”

 

ทุกคนยกเว้นโซจินกลับเข้าไปในห้องทํางานของอื่นแฮแน่ นอนว่าฮโยยอนที่ขี้บ่นก็เข้ามาด้วย

 

“เป็นไง? ศิลาดลสีเทาอมฟ้าคุ้มค่าไหม?”

 

“ผมไม่รู้ ยังไงก็เถอะทําไมคุณถึงยังไม่ขายมัน?”

 

แฮจินไม่สนใจคําถามของอื่นแฮและถามในสิ่งที่เขาอยากรู้

 

“อะไร? คุณหมายถึงเครื่องลายครามดอกฟ้าสีขาวใช่ไหม? ที่จริงแล้วมันเพิ่งมาอยู่ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เอง ดังนั้น…”

 

แฮจินไม่เข้าใจคําตอบของขึ้นแฮ

 

“มันอยู่ที่นี่มาสักระยะหนึ่งและอยู่ๆเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่มีความรู้เรื่องวัตถุโบราณก็หยิบมันขึ้นมาเพราะอยากแลกเปลี่ยน?”

 

“ความจริงแล้วฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ฉันเริ่มเปิดแกลเลอรี่นี้เมื่อสองปีก่อนและก็เป็นตอนนั้นเองที่ฉันซื้อเครื่องลายครามมาจากคนรู้จักในอินซาดง ราคาของมันไม่ได้แพงมากนักแต่มันเป็นวัตถุโบราณชิ้นแรกที่ฉันซื้อดังนั้นฉันจึงผูกพันกับมัน ทําให้แม้ว่าจะมีหลายคนมาขอซื้อแต่ฉันก็จะปฏิเสธทุกครั้ง” 

 

“มีคนที่อยากได้มันด้วย?”

 

“ใช่ แต่เมื่อฉันมาคิดดูตอนนี้ก็พบว่ามันมีบางอย่างแปลกๆย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้วมันมีคนมาถามว่าจะ ขายไหมทั้งๆมันที่ไม่มีป้ายราคาติดอยู่ ดังนั้นฉันจึงบอกเขา ว่ามันไม่ได้มีไว้ขายและเขาก็ถามฉันกลับว่าทําไม… เขา บอกให้ฉันตั้งราคาและตรงนั้นเองที่ทําให้ฉันเกิดสงสัยขึ้นมา ถ้าเกิดว่ามันเป็นวัตถุโบราณที่มีค่าจริงๆล่ะ? ดังนั้น…”

 

“ดังนั้น?”

 

“ฉันจึงไปถามเรื่องนี้กับนักประเมินบางคนที่ฉันรู้จัก และทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 แน่นอนว่ามันมีค่ามากแต่ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น ดังนั้นฉันจึงสับสน และเมื่อสัปดาห์ก่อนรองประธานกรรมการก็แนะ นาข้อตกลงครั้งนี้ให้โดยบอกว่ามันคุ้มค่า”

 

แฮจินรู้สึกสงสัยบางอย่าง ซองจุนพูดราวกับว่าแซยอนแกลเลอรี่เป็นของเขา แต่เมื่อตัดสินจากสิ่งที่อื่นแฮพูด ซองจุนดู เหมือนจะไม่สามารถสั่งได้ ทําให้อดไม่ได้ที่จะถามออกมา

 

“เขาไม่ได้เป็นเจ้าของแกลเลอรี่นี้”

 

“มันเป็นของพ่อฉัน”

 

ฮโยยอนพูดก่อนที่อื่นแฮจะทันได้ตอบ อย่างไรก็ตามแฮจินกลับไม่แม้แต่จะมองไปที่ฮโยยอนและยังคงมองไปที่อื่นแฮตามเดิม ฮโยยอนยังคงเป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรเลยดังนั้นแฮจินจึงไม่ สามารถคาดหวังคําตอบจากเธอได้

 

“จริงๆแล้วแกลเลอรี่แห่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ปูของฉันเหลือไว้ให้ฉัน แน่นอนว่ามันถูกสร้างขึ้นด้วยเงินของฮวาจิน แต่ฉันมีหุ้นเยอะที่สุด และก็แน่นอนอีกว่าฉันไม่สามารถตัด สินใจได้ด้วยตัวเอง คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

 

แน่นอนว่าเขารู้ และนั่นก็คือเหตุผลที่ซองจุนขอความช่วย เหลือจากเขา

 

“หืมม…. ดังนั้นรองประธานกรรมการจึงไม่สามารถบังคับคุณให้ขายถ้วยชาได้ จากนั้นเขากับหยาง โซจินก็ได้ตกลงที่จะ แลกเปลี่ยนวัตถุโบราณล้ําค่าทั้งสองชิ้น แล้ว คุณก็เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้?”

 

อื่นแฮเหลือบมองฮโยยอนก่อนจะพูดออกมาอย่างระมัดระ

“ตอนที่ฉันเห็นศิลาดลฉันก็คิดว่ามันคงไม่แย่นัก”

 

เธอพูดอย่างระมัดระวังเพราะฮโยยอนยังอยู่ตรงนี้ อย่างไรก็ตามมันก็หมายความว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงจน กว่าเธอจะเห็นของในรูป

 

“คุณซื้อถ้วยชามาในราคาต่ํา ดังนั้นการได้ศิลาดลมูลค่าหลายพันล้านมาควรเป็นของตกลงที่คุ้มค่า”

 

“ฉันเห็นด้วย เพราะงานนิทรรศการที่ผ่านมาไม่ได้ผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นฉันจึงรู้สึกแย่เมื่อคิดถึงมันหากฉันทําตามข้อตกลงนี้พวกคณะกรรมการก็คงจะชอบเช่ นกัน จริงๆแล้วเมื่อฉันเห็นศิลาดลก่อนหน้านี้ฉันก็คิดว่ามันน่าจะทําให้ชื่อเสียงของแกลเลอรี่นี้ดีขึ้นได้”

 

“งั้นสรุปแล้วคุณจะขายมันไหม?”

 

ฮโยยอนที่ร้อนรนกําลังจะพูดแทรก แต่ก็ถูกสายตาที่เย็นชาของแฮจินห้ามเอาไว้

 

“ฮ่า คุณแค่อยากจะอวด…. เอ่อ แล้วถ้าเป็นคุณล่ะคุณจะไม่ ขายมัน?”

 

“ใช่ คุณไม่ควรทําอย่างนั้น”

 

ทุกคนประหลาดใจที่ได้ยินคําตอบที่ไม่คาดคิดของแฮจิน อื่นแฮก็ตกใจเช่นกันเพราะเธอต้องการศิลาดลที่พวกเขา เห็นก่อนหน้านี้

 

“ทําไม?”

 

Artifact Reading Inspector

Artifact Reading Inspector

Score 10
Status: Completed

โดย นำเรื่อง Artifact Reading Inspector มาเป็นบางส่วน

บทนำ

ตลาดของเก่าที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าและขยะ

ในท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ แฮจิน เขาคือคนที่พยายามจะเป็นนักประเมินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เรื่องย่อ

ณ ห้องหินสีดำสนิท สถานที่แห่งนี้มันสูญเสียรูปลักษณ์เดิมของมันไปแล้ว ตอนนี้ทั้งห้องมันเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง บนพื้นมีหลุมที่ถูกขุดอยู่ทุกที่

 

หากไม่ใช่เพราะโคมไฟLEDขนาดเล็กที่แขวนอยู่บนผนัง เราก็จะไม่สามารถเห็นแม้แต่มือของตัวเอง

 

“เฮ้ ปาร์ค! นายกำลังทำอะไรอยู่ ? ตอนนี้เราต้องรีบออกไปแล้ว!”

 

แม้ว่ามันจะเป็นเสียงกระซิบ แต่มันก็แฝงไปด้วยความเร่งรีบ ยอนซอกมองกลับไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็หันกลับมาเหมือนเดิม

 

ดวงตาแดงก่ำของเขากำลังจ้องมองไปที่กองดินในความมืด

 

‘มันมีบางอย่างอยู่ตรงนั้น!’

 

เขารู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนกำลังเรียกเขาอยู่ ในตอนแรกนั้นเสียงมันฟังคล้ายกับว่ามีคนกำลังแทะอะไรบางอย่าง แต่หลังจากที่เขาฟังต่อไป เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าเสียงนั้นมันกำลังพูดกับเขาอยู่

 

ราวกับเขาถูกครอบงำโดยบางสิ่ง เขาเริ่มขุดโดยไม่ใช้จอบหรือมีด เขาใช้เพียงแค่มือของเขาเท่านั้น แต่ราวกับว่าเขารู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ทำให้มือของเขาขยับไปยังทิศทางนั้นโดยไม่ลังเล

 

เขาไม่ได้กังวลเลยว่าการขุดของเขามันจะไปทำลายของที่ซ่อนอยู่ข้างใน ไม่สิ ในหัวของเขามันไม่ได้มีเรื่องนั้นอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

 

“ปาร์ค! ตำรวจกำลังจะมาแล้ว! ตอนนี้นายบ้าไปแล้วรึไง? รีบออกไปกันได้แล้ว!”

 

“รอ….. รอเดี๋ยว….”

 

ในขณะที่เขาถูกเร่งจากด้านหลัง ยอนซอกกลับพูดออกมาเพียงให้โจรอเขาเท่านั้น

 

“แม่ง…งั้นฉันจะออกไปแล้วนะ นายอยู่ที่นี่คนเดียวแล้วกัน ฉันจะอยู่ที่ท่าเรือชองโดถึงวันที่ 17 และนายก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันจะไม่รอนายถ้านายมาสาย”

 

“…….”

 

ยอนซอกไม่ได้ตอบกลับไป มือของเขายังคงขุดอยู่ น่าแปลกที่ดินซึ่งควรจะแข็งและขุดได้ยากกลับขุดได้ง่ายราวกับว่ามันเป็นเพียงทรายในสนามเด็กเล่น โดยปกติแล้วเขาจะต้องสังเกตเห็นสิ่งผิดปกตินี้ ตอนนี้เขากลับไม่ติดใจอะไร

 

“อ้า…อย่ามาโทษฉันล่ะกันถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้น!”

 

หลังจากสิ้นเสียง โจก็คลานผ่านอุโมงค์เล็กๆที่นำมายังห้องที่ยอนซอกอยู่ ตอนนี้พวกเขาได้ปล้นวัตถุโบราณมาค่อนข้างมาก ดังนั้นหลังจากนี้พวกเขากำลังจะได้รับเงินจำนวนมหาศาล โจจึงไม่อยากเสียเวลาและเสี่ยงที่จะถูกจับ

 

ด้านยอนซอกเขาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน หากเขาคิดถึงลูกชายของเขาที่กำลังรอเขาอยู่สักนิด เขาก็คงจะวิ่งโดยไม่หันหลังกลับมามอง อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาสูญเสียความนึกคิดทั้งหมดไป เขาก็ยังคงขุดต่อไปดั่งเช่นคนบ้า ในหัวของเขามีเพียงแต่ความคิดที่จะหาของให้พบเท่านั้น

 

“แฮ่ก..แฮ่ก…”

 

ไม่ช้ามือของเขาก็ไปแตะโดนกล่องไม้สีดำเข้า จากนั้นยอนซอกก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับปัดดินออกจากมันเบาๆ

 

“มันยังไม่ผุ?”

 

วัตถุโบราณของสุสานแห่งนี้มีอายุอย่างน้อยสองถึงสามศตวรรษ อย่างไรก็ตามกล่องที่มีสัญลักษณ์แปลกๆที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกลับไม่มีร่อยรอยของการผุพังเลย บางทีมันอาจจะไม่ได้ทำมาจากไม้จริงๆก็ได้

 

คลิก…

 

ยอนซอกสะดุ้ง เขาไม่ได้เปิดมัน ไม่สิบางทีมือของเขาอาจจะไปแตะโดนมันก็ได้…. ภายในมีวัตถุทรงสี่เหลี่ยมสีดำที่ไม่มีการตกแต่งวางอยู่ ยอนซอกเอาของข้างในใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขาและทิ้งกล่องไป จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในอุโมงค์ขนาดเล็กที่พอดีกับร่างกายของเขา

 

ตอนนี้มันได้เวลาหนีแล้ว

Options

not work with dark mode
Reset