บ่วงมาร 9

ตอนที่ 9

อาจจะเป็นแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาทางรอยแยกของผ้าม่านสีทองอร่ามที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแพงระยับแค่ไหนแต้มผิวหน้า หรืออาจจะเป็นเพราะเสียงอื้ออึ้งของคนหลายคนและแสงไฟวิบวับที่เกิดขึ้นภายในห้องที่ทำให้นาริการู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

และทันทีที่หล่อนลืมตาขึ้น โลกที่แสนโหดร้ายก็กระหน่ำเข้าใส่หน้าของหล่อนอย่างเหี้ยมโหด ทุกสายตาของผู้คนที่มาปรากฏกายอยู่ภายในห้องสวีทที่ถือว่าเป็นห้องส่วนตัวที่หล่อนกับเดนนิสอยู่ด้วยกันเมื่อคืนจับจ้องมองมาด้วยสายตากระหายความจริง

ทั้งเสียงชัตเตอร์ทั้งแสงแฟลชรัวระยิบเข้าใส่ร่างของหล่อนและร่างของคนตัวโตที่ตอนนี้หล่อนพึ่งจะรู้ว่าเขาตื่นก่อนหน้าหล่อนแล้วอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรคะ แล้วคุณเดนนิสจะแต่งงานกับเด็กสาวคนนี้หรือเปล่า”

คำถามของคนแปลกหน้าที่หล่อนพอจะเดาได้ลางๆ ว่าเป็นนักข่าว ดังขึ้น และมันก็ทำให้สมองของหล่อนที่ช๊อตตายไปตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเห็นคนพวกนี้เริ่มทำงานอีกครั้ง หล่อนหันไปมองคนข้างตัวที่นั่งหน้าแดงก่ำด้วยโทสะอย่างขลาดกลัว กายสาวสั่นระริกเมื่อรับรู้ได้ว่าหนุ่มหล่อลากไส้ข้างกายกำลังอยู่ในอารมณ์ใด

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม…”

“แต่ว่ามีคนแจ้งข่าวให้พวกเรามาที่นี่นะคะ” นักข่าวคนเดิมยังตื้อไม่เลิก

“ผมไม่สนหรอกนะว่าไอ้ระยำที่ไหนเป็นคนโทรเรียกพวกคุณมา”

คนตัวโตเค้นเสียงลอดไรฟันขาวสะอาดออกมา ทุกพยางค์อัดแน่นไปด้วยความเดือดดาลที่นาริกาได้ยินแล้วก็ยิ่งตัวสั่นระริก ใบหน้างามซีดเผือดราวกับสีของกระดาษ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้านิ่ง และก็ภาวนาให้แผนการทุกอย่างจบลงแค่นี้…

ไม่… วาเลนบอกว่ามันมีมากกว่านี้…

“แต่ในห้องนี้คือที่ส่วนตัวของผม… และถ้ายังไม่รีบออกไป ผมฟ้องพวกคนเรียงหัวแน่!”

เดนนิสไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ชีวิตที่แสนจะเฟอร์เฟ็กของตัวเองจะต้องมาถูกขยี้จนเละเทะแบบนี้ด้วยฝีมือของผู้หญิงสวยปานนางฟ้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนที่เขาคิดมาตลอดว่าคือแองเจลล่า โรเจอริโอ น้องสาวของไอ้คู่ปรับตัวฉกาจ แม่ผู้หญิงที่ทำให้เขาคลั่งจนแทบจะจับกินเสียในรถ

และแน่นอนว่าเขาจะเอาคืนให้สาสมเลยทีเดียว!

“ออกไปสิ! ไปให้พ้น!”

เสียงของเดนนิสดังกึกก้องลั่นห้อง ไม่ใช่แค่พวกนักข่าวที่ยืนสะดุ้งหรอก แม้แต่นาริกาที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็ยังสั่นสะเทือนไปทั้งตัวและหัวใจ เดนนิสโกรธมาก และหล่อนต้องแหลกเป็นจุลแน่ หากต้องเผชิญหน้ากับเขาตามลำพังในตอนนี้

แค่คิดก็เหมือนถูกดูดลงไปสู่ขุมนรกเสียแล้ว…

นาริกาแสนจะหวาดกลัว แต่ไม่มีทางเลือก ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเล่นไปตามบทบาทที่ถูกสั่งให้ทำ นั่งก้มหน้ารอจนกว่าไคลแม็กซ์ของเรื่องจะเคลื่อนเข้ามาถึง…

“เอ่อ พวกเราไปก็ได้ค่ะ… แต่คุณเดนนิสจะสละโสดในเร็วๆ นี้หรือเปล่าคะ”

“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว!”

หนุ่มหล่อแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้พวกนักข่าวระยำนี่เข้ามาถึงในห้องสวีทนี้ได้ยังไง คงจะเป็นเพราะแม่นี่สินะ แม่ผู้หญิงแพศยาที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ

นักข่าวยังไม่ทันจะออกไปจากห้องครบทุกคน มาร์คอส โรเจอริโอ นายใหญ่ของงานนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นซะก่อน พร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ระบายอยู่เต็มใบหน้าที่หล่อเลิศไม่แพ้กัน

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง เดนนิส โอซิล…”

“ไอ้มาร์คอส!”

เดนนิสแทบจะกระโดดลงจากเตียงเพื่อไปตะบันหน้าของไอ้คู่ปรับนรก กรามแกร่งของเขาขบกันแน่นจนแทบระเบิด ขณะจ้องตากับผู้ชายตรงหน้าที่กำลังหัวเราะร่วนอยู่

“ตอนนี้คงรู้แล้วใช่ไหมว่าคนชนะน่ะไม่ใช่นาย… แต่เป็นฉัน…”

หนุ่มหล่อตาสีฟ้าจัดก้าวลงจากเตียงด้วยท่าทางสง่างาม “มันยังอีกยาว มาร์คอส… ยกนี้ฉันแพ้ให้นายเพราะนายเจ้าเล่ห์เกินไป…”

“ไม่ใช่… นายโง่เกินไปต่างหาก ริก้าไม่ได้คล้ายคลึงกับแองจี้จนแยกไม่ออก…”

คนถูกพาดพิงได้แต่นั่งน้ำตาซึมอยู่บนเตียง เดนนิสตวัดตามองแม่ผู้หญิงที่ทำให้เขาได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ในชีวิตซ้ำเป็นครั้งที่สองด้วยความชิงชังแล้วก็ยอมรับโดยดุษณีว่า หญิงสาวคนนี้ไม่ได้เหมือนกับแองเจลล่าจนแยกไม่ออกจริงๆ นั่นแหละ

“ฉันพลาดเอง…”

“พลาดและไม่มีทางได้แก้ตัวอีก…” คำพูดของมาร์คอสทำให้เดนนิสต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“นายหมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่ายังมีแผนต่อไปอีก”

มาร์คอสส่ายหน้าระบายยิ้มบางๆ ขณะเดินไปหยุดที่เตียงกว้าง “ริก้า… เธอทำได้เยี่ยมมาก แล้วฉันจะให้คนโอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีให้เธอภายในวันสองวันนี้…”

หล่อนไม่ต้องการคำชมเชยเลย… สำหรับการกระทำแบบนี้…

นาริกาช้อนตาขึ้นมองเดนนิสที่กำลังยืนหน้าแดงก่ำด้วยโทสะด้วยความหวาดกลัว แล้วก็เจ็บจนหัวใจกระอักออกมาเป็นเลือดเมื่อเห็นว่าเขามองตอบหล่อนมายังไง

ผู้หญิงสารเลว! ผู้หญิงแพศยา! ผู้หญิงที่เขาไม่มีวันจะเข้าใกล้อีก….! นี่ไงล่ะคือความหมายที่นัยน์ตาของเดนนิส โอซิลบอกหล่อน

“ฉันถามว่านายและแม่นี่… ร่วมหัวกันทำอะไรอีก!” เดนนิสเดินเข้ามาสมทบ ทั้งสองประจันหน้ากันที่ขอบเตียงนอน โดยมีร่างสั่นระริกของนาริกาอยู่บนเตียง

มาร์คอสระบายยิ้มบางๆ ขณะจ้องหน้าคู่สนทนาหนุ่ม ความจริงเขาไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นัก เพราะพเยียขอร้องให้เขาหยุดเรื่องนี้เอาไว้ แต่… แองจี้อาจจะเป็นอันตรายหากเขาไม่ทำอย่างนี้ เพราะเดนนิสไม่มีทางยอมเลิกลาการแก้แค้นบ้าบอนี้แน่

ดังนั้นจะหาว่าเขาผิดไม่ได้… มาร์คอสแก้ตัวให้กับตนเองในใจ

“นายต้องแต่งงานกับนาริกา…”

นาริกาหรือ? เดนนิสตวัดตามองสาวน้อยแสนบอบบางที่สั่นระริกอยู่บนเตียงเขม็ง นี่หล่อนชื่อนาริกาอย่างนั้นหรือ นาริกา… ผู้หญิงที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน ผู้หญิงที่ยอมอ้าขาให้ผู้ชายเอาเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย หล่อนแพศยาเหลือเกิน ร่านที่สุด!

เดนนิสไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเดือดดาลนัก เมื่อสำนึกว่านาริกาเคยทำแบบนี้มากับผู้ชายคนอื่นนับไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าเจ้าความรู้สึกหึงหวงบ้าบอนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง มันเกิดขึ้นครั้งแรก แถมยังเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ไม่มีค่าพออย่างนาริกาอีกด้วย

นี่ทั้งสมอง ร่างกายและจิตวิญญาณของเขาคงต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

ชายหนุ่มคร่ำครวญแต่ก็หาได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดภายในอกลดลงได้เลย มันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะแตกระเบิดออกมา

“ไม่มีทาง…” เดนนิสเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาชัดเจนทุกพยางค์

มาร์คอสหัวเราะลั่น “ไม่มีทางที่นายจะปฏิเสธต่างหากล่ะเดนนิส โอซิล นายจะต้องแต่งงานกับนาริกา เพราะภาพข่าวในวันนี้มันจะทำให้นายไม่มีทางดิ้นหลุดบ่วงนี้ไปได้…”

เดนนิสอึ้งไปพักใหญ่ และก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่มาร์คอสลงทุนทำไปทั้งหมดนี้เพื่ออะไร แต่มันช่างโง่บัดซบเลยที่เขามามองทะลุปรุโปร่งเอาตอนที่ตัวเองไม่มีทางรอดแล้วนี่เอง

“นายคิดหรือว่าหากฉันแต่งงานกับแม่นี่แล้วน้องสาวของนายจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉัน…”

“ฉันมั่นใจมากเลยทีเดียว ผู้ชายที่หยิ่งผยองในตัวเองอย่างนาย ไม่มีทางนอกใจภรรยาของตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่นอย่างแน่นอน…”

“แม้ว่าแม่ภรรยาคนนั้นจะได้ตำแหน่งนี้มาด้วยวิธีสกปรกอย่างนั้นน่ะหรือ” เดนนิสประชดเสียงเย็นชา ขณะที่นาริกาได้แต่อดสู

“ใช่… แม้ว่านายจะได้เมียโดยไม่ตั้งใจก็เถอะ…”

“อย่าคิดว่าจะบังคับฉันได้… ฉันไม่แต่งใครก็ทำอะไรฉันไม่ได้” เดนนิสโต้ตอบคู่สนทนาตัวร้ายออกมาอีกครั้ง ความเดือดดาลอัดแน่นเต็มสองตาสีฟ้าจัด

“นักข่าวที่มาในวันนี้เป็นคนของฉันทั้งหมด ไม่ใช่นักข่าวจริงๆ หรอก ภาพทุกภาพจะไม่มีทางหลุดรอดออกไป หากนายจดทะเบียนกับนาริกาภายในวันพรุ่งนี้…” มาร์คอสระบายยิ้มของผู้กำชัยชนะออกมา ก่อนจะพูดต่อเมื่อเห็นคู่สนทนายืนนิ่งงัน

“แต่ถ้านายทำตรงกันข้าม… รับรองว่าได้ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทั่วโลกแน่”

“นี่นายขู่ฉันอย่างนั้นหรือ…?” เดนนิสเป็นฟืนเป็นไฟยิ่งกว่าเดิม เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองจนตรอก เป็นครั้งแรกที่สมองฉลาดๆ ของตัวเองหาทางออกให้กับเขาไม่ได้ และก็เป็นครั้งแรกที่เขาต้องทำตามความต้องการของคนอื่นอย่างไม่มีทางเลือก

“ไม่ได้ขู่… แต่จะทำจริงๆ เอาน่าเดนนิส นาริกาก็สวยนี่ นายอาจจะชอบเธอก็ได้หากได้อยู่ด้วยกันสักพัก”

“ไม่มีทาง! ฉันเกลียดยายนี่เข้าไส้…!”

คำว่าเกลียดของเดนนิสทะลุเข้ากลางหัวใจของนาริกาอย่างอำมหิต หญิงสาวซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ด้วยการก้มหน้าก้มตา

“งั้นสักเดือนแล้วค่อยหย่าก็แล้วกัน… แต่อย่าหวังว่าหลังจากที่นายหย่ากับนาริกาแล้วจะไปวุ่นวายกับแองจี้ได้ เพราะน้องสาวของฉันกำลังจะมีคนคุ้มครอง…”

คำพูดของมาร์คอสไม่ได้ทำให้ในหัวสมองของเดนนิสหยุดคิดถึงนาริกาลงได้เลย แองจี้เหรอ ตอนนี้ชื่อนี้มีความหมายที่ไหนกันล่ะ ในหัวมีแต่ชื่อของนาริกาอัดแน่นเต็มไปหมด ทั้งรักทั้งแค้นจนเขาหัวหมุนติ้วเลยทีเดียว

“ตอนนี้คนที่ฉันอยากฆ่าไม่ใช่น้องสาวของนายอีกแล้วล่ะ…” เดนนิสหยุดพูดปลายตามองนาริกา มาร์คอสมองตามแล้วก็ถอนใจออกมา

“นาริกาอาจจะเป็นคนที่นายตามหามาตลอดชีวิตก็ได้… นายมันความรู้สึกช้าเดนนิส กว่าจะรู้ว่าต้องการก็ถูกแย่งไปแล้ว อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกรณีของพเยียล่ะ”

มาร์คอสจงใจเตือนให้เดนนิสนึกถึงเรื่องในอดีต และในขณะที่เดนนิสกำลังดื่มด่ำกับความพ่ายแพ้อยู่นั่นมาร์คอสก็เลือกที่จะเดินออกจากเกมนี้ทันที

“ขอให้โชคดีนะ หวังว่านายจะเบามือกับนาริกา…บ้าง…”

ไอ้คู่ปรับตัวแสบมันเดินออกไปแล้ว แต่เดนนิสก็ยังคงยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น นิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหิน นาริกาฉวยโอกกาสที่ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กระโดดลงจากเตียงและวิ่งตามมาร์คอสออกไปทันที โดยที่เดนนิสไม่สามารถรั้งเอาไว้ได้ทัน ได้แต่ยืนมองประตูห้องปิดลงเท่านั้นเอง

Options

not work with dark mode
Reset