เขาหัวเราะอย่างเลือดเย็น ขณะก้มต่ำลงมาดูดปลายถันสีกุหลาบที่ชูชันรอคอย ฟันคมๆ ขบแรงๆ จนสาวน้อยแอ่นตัวครางสยิว
“เธอเกลียดฉัน…”
“ริก้าไม่ได้เกลียดคุณ… ได้โปรด อย่าทรมานริก้าเลย”
หล่อนอ้อนวอนแต่เขาไม่เห็นใจ แถมยังรุกหนักมากขึ้นด้วยการดูดอมปลายถัน และคลึงเคล้าจุดที่ไวต่อสัมผัสของหล่อนไปพร้อมๆ กัน นาริการ้องครางออกมาด้วยความเสียวแทบขาดใจ หล่อนอาจจะตายอย่างง่ายดายหากเขายังไม่ยอมหยุดมือเสียที
“เดนนิส… ริก้าไม่ไหวแล้ว ได้โปรดเข้ามา… ได้โปรด”
ใบหน้างามสะบัดไปมาจนเส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิง ปากอิ่มบวมช้ำครางตลอดเวลา ขณะที่กายสาวดิ้นพล่านราวกับถูกลวกด้วยน้ำเดือด
“แล้วเธอรู้สึกยังไงกับฉัน…” เขายังใจดำไม่เลิก ยังถามไปพร้อมๆ กับทรมานหล่อนอย่างอำมหิต
“ริก้า…”
หญิงสาวพูดได้แค่นั้น ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นร้องกรี๊ดๆ แทนเมื่อคนตัวโตเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวเสียเอง เขาอัดกระแทกเข้าหาอย่างดุเดือดเลือดพล่าน โหมกระหน่ำเข้าใส่ราวกับว่าหากหยุดเขาจะต้องขาดใจตาย
“ฉันทนไม่ไหว… นาริกา เธอทำให้ฉันคลั่ง”
ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะแกล้งแม่สาวน้อยที่ทั้งร้องทั้งแอ่นเข้าหาแรงสวาทจากตัวเองให้เนิ่นนานที่สุด แต่กลับเป็นเขาเอง กลับเป็นเขาที่ทนไม่ได้ ความคับแน่นของหล่อนทำให้เขาคลั่งไคล้
“เดนนิส… โอ้ว… เดนนิส”
ยิ่งเขากระแทกเข้าใส่แรงเท่าไหร่ หล่อนก็ยังหยัดสู้มากเท่านั้น ความร้อนจัดของหล่อนทำให้เขาคลุ้มคลั่งได้อย่างง่ายดาย เขาดันเข้าไปจนสุดแรง พร้อมๆ กับก้มลงรวบปลายถันสีสวยเข้ามาไว้ในอุ้งปาก ดูดดึงแรงๆ จนหญิงสาวร้องกรี๊ดด้วยความหฤหรรษ์ซาบซ่าน
“เดนนิส… เดนนิสขา…”
หญิงสาวเผยอปากร้องคราง ความรู้สึกมากมายกำลังแล่นพล่านอยู่ภายในร่าง ประสาทในทุกๆ ส่วนตื่นตัวอย่างรุนแรงและมันก็ทำห้หล่อนตอบสนองสามีได้อย่างถึงอกถึงใจ เต็มอารมณ์หวาม ไม่นาน… ไม่นานเลยจริงๆ ทั้งคู่ก็แตกระเบิดเข้าใส่กันซ้ำเป็นครั้งที่สอง
เดนนิสครางกระหึ่มกับร่องอกสาว ขณะที่นาริกาฝังเขี้ยวคมๆ ลงบนหัวไหล่ทรงพลังชื้นเหงื่อของสามีหนุ่มอย่างลืมตัว
ทุกอย่างหยุดนิ่งลงอีกครั้ง… ก่อนที่เดนนิสจะเงยหน้าขึ้นจากเต้างามอวบใหญ่ ขึ้นมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาปรือหวานของภรรยาอย่างค้นคว้า ก่อนจะลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นความปรารถนาที่เจ้าตัวโกหกไม่ได้ในสายตาหวานฉ่ำของเจ้าหล่อน
“ยังเกลียดฉันอยู่อีกหรือเปล่า…”
สมองที่หยุดทำงานไปตั้งแต่ถูกจูบร้อนๆ ของเดนนิสเล่นงาน ค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้ยางอายบนหน้าของหล่อนสำแดงฤทธิ์เดชทันที
“ออกไปจากตัวริก้านะ…”
เดนนิสแสยะยิ้มอย่างรู้ทัน “ถึงแม้ว่าเธอจะเกลียดฉันมากแค่ไหน… แต่ร่างกายของเราต้องการกันและกัน เห็นได้จากเซ็กซ์ร้อนๆ สองครั้งซ้อนที่ผ่านมาเมื่อครู่นี้…”
เซ็กซ์เหรอ…? เขาว่ามันแค่เซ็กซ์อย่างนั้นหรือ มันคือการร่วมรักต่างหาก และหล่อนก็ทำมันเพราะโหยหา เพราะรักเขาสุดหัวใจจริงๆ
สำหรับเดนนิส มันก็แค่เซ็กซ์สินะ สาวน้อยคิดอย่างเจ็บปวด และนั่นก็ทำให้ความเสียวซ่านจากความปรารถนาจางหายไปจนหมดสิ้น ความน้อยใจแล่นพล่านขึ้นมาแทนอยู่ในอก
“ใช่ค่ะ มันแค่เซ็กซ์…”
เขาอึ้งไป แต่ก็ยังยิ้มกวนโทสะออกมา “งั้นเราก็คิดเหมือนกันสินะ”
หญิงสาวไม่คิดจะตอบคำถามน่าสะอิดสะเอียนนั้น หล่อนผลักไสคนตัวโตทันที “ออกไปจากตัวของริก้าได้แล้ว ริก้าเกลียดคุณ…”
หล่อนไม่รู้หรอกว่าคำพูดของหล่อนมันไปสะกิดต่อมอะไรของเขาบ้าง แต่ตอนนี้ดวงตาสีฟ้าจัดของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง และเขาก็ยังไม่ถอนกายออกจากความคับแน่นของหล่อน
“อย่าพูดอีกเชียวนะ…!”
เสียงเลือดเย็นถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากหยักลึก แต่นาทีนี้นาริกาได้หวาดกลัวอะไรอีกแล้ว เพราะความน้อยใจมันทวีความรุนแรงขึ้นมากลบสติเอาไว้จนหมด
“ริก้าจะพูด ริก้าเกลียดคุณ… ริก้าเกลียดคุณเดนนิส…”
และหล่อนก็พูดได้แค่นั้นแหละ เพราะวินาทีต่อมาเดนนิส โอซิลมัจจุราชตัวร้ายที่กำลังโกรธจัดก็ประกาศชัยชนะในร่างกายของหล่อนอย่างอำมหิตอีกครั้ง เขากระแทกลงมาจูบหล่อนอย่างป่าเถื่อน ขณะที่สะโพกเพรียวกำยำของเขาก็กระหน่ำเข้าใส่กายสาวของหล่อนอย่างอำมหิต เขาถอนออกมาจนหมดตัว และดึงดันเข้าไปใหม่ เขาทำให้หล่อนร้องครางด้วยความเสียวกระสันอย่างน่าละอาย
“โอ้ว… เดนนิส…”
หล่อนไม่เคยต้านทานผู้ชายคนนี้ได้เลย ทั้งๆ ที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ แต่เพียงแค่เขาเริ่มต้นโจมตีหล่อนเท่านั้น หล่อนก็คล้อยตามได้อย่างน่าสมเพช
“เดนนิส… อ๊า…”
เขากระหน่ำเข้าใส่ ปากดูดอมปลายถันอย่างเมามัน ขณะที่นิ้วมือใหญ่ก็สอดเข้าไปเคล้าคลึงเกสรรักอย่างหนักหน่วง นาริการู้สึกว่าสวรรค์ต่ำลงมาหาเรื่อยๆ หล่อนกำลังจะถึงมัน กำลังจะได้ไต่บันไดสวรรค์เพียงแค่เขาอัดกระแทกลงมาอีกครั้งเท่านั้น กำลังจะถึง… แต่ว่า…
“ได้โปรด เดนนิส… อย่าไป…”
ร้องวิงวอนเมื่อเขาทิ้งให้หล่อนค้างเติ่งอยู่แค่ตีนบันไดสวรรค์เท่านั้น มือบางไขว่คว้า แต่เขาก็ขยับออกห่างไปด้วยท่าทางของผู้ชนะ
“เดนนิส…”
ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ดูถูกดูแคลน “เธอมันก็แค่สาวร้อนสวาทที่ฉันยังไม่เบื่อเท่านั้นเอง และแน่นอนว่าฉันจะขังเธอไว้ที่นี่ และทางเดียวที่เธอจะหนีออกไปได้ก็คือการกระโดดลงไปเท่านั้น” เขาเลือดเย็นได้อย่างเยี่ยมยอด สายตาที่มองมานั้นไม่มีแววผ่อนปรนเลย นาริกาหน้าร้อนผ่าว ความอับอายที่หยุดทำงานไปกำลังเล่นงานหล่อนอย่างหนักหน่วง เมื่อสำนึกได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ กำลังวิงวอนอะไรจากเขา หมอนอิงข้างตัวถูกกระชากมาปกปิดความเปลือยเปล่าเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“คนร้ายกาจ…”
“และเธอก็ต้องอยู่กับคนร้ายกาจต่อไปอย่างไม่มีกำหนด…”
“เพื่ออะไรคะ เพื่ออะไรกัน…”
ถามออกไปเสียงเบาหวิว อยากจะเกลียดผู้ชายที่สร้างความอับอายให้กับตัวเองอย่างใหญ่หลวงนัก แต่พยายามไม่รู้กี่ครั้งก็ไม่เคยสำเร็จสักที มีแต่จะรักเขาเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก
“เพื่อความสะใจยังไงล่ะ” คำตอบเลือดเย็นของเขาทำเอานาริกาสะอึก หัวใจเจ็บระบมจนเลือดสดๆ แทบจะทะลักออกมา
“คุณมัน… ไม่ใช่คน…”
เขายิ้มหยันอีกแล้ว ขณะค่อยๆ เริ่มจัดการซ่อนความใหญ่โตกับอาภรณ์ของตัวเอง “แต่เธอก็พิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนี่ว่าฉันน่ะ… เป็นคน คนที่ทำให้เธอร้องขอจนแทบบ้า…”
นาริกาปล่อยน้ำตาร่วงกราวลงมาอาบแก้ม เจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออก “คุณยังจะต้องการอะไรจากริก้าอีก… ในเมื่อเป็นคุณเองที่ต้องการให้มันจบลง แล้วตอนนี้จะมากักขังริก้าไว้ทำไม…”
ในที่สุดเขาก็สมบูรณ์แบบอีกครั้งในเสื้อผ้าราคาแพงระยับ คนตัวโตขยับมาหยุดตรงหน้าหล่อน กลิ่นไอแห่งมัจจุราชกระแทกเข้าใส่ใบหน้าจนแทบหงายหลัง
“ก็เพราะฉันต้องการเอาชนะไอ้มาร์คอสยังไงล่ะ จำเอาไว้นะ ยิ่งเธอบูชา ยิ่งเธอรักมันเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำให้เธอร้องครางอยู่ใต้ร่างของฉัน…”
“เป็นเพราะคุณเจ็บใจที่คุณมาร์คอสแย่งคุณพเยียไปใช่ไหมล่ะ ใช่ไหม?”
สีหน้าของเดนนิสไม่ได้แสดงอะไรออกมาเลย “ฉันห้ามความคิดของใครไม่ได้ เธอจะคิดยังไงก็ตามสบาย”
เพราะอย่างนี้นี่เองเดนนิสถึงได้ไม่รักหล่อนเสียที… ไม่มีวันรัก ใช่เขาจะไม่มีวันรักหล่อนไปตลอดชีวิต การที่เขาลากหล่อนกลับมาในครั้งนี้ก็เพราะยังไม่หายแค้นกับสิ่งที่หล่อนและมาร์คอสทำเอาไว้กับเขาเท่านั้นเอง ความเจ็บปวดไม่รู้ที่มากำลังทิ่มแทงไปทั่วทั้งกายสาว นาริกาก้มหน้ามองมือตัวเองด้วยความเจ็บช้ำ
หล่อนไม่มีทางสู้เดนนิสได้ นอกจากปล่อยให้เขากระทำย่ำยีร่างกายของหล่อนต่อไปตามอำเภอใจ และก็ปล่อยให้ตัวเองหลงรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“และก็โทษฉันไม่ได้ที่เธอต้องมามีสภาพไม่ต่างจากโสเภณีแบบนี้… เพราะเธอทำตัวของเธอเอง”
แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้หล่อนจมปลักอยู่กับความอดสูอยู่เพียงลำพัง น้ำตาไหลพรากอาบแก้มครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถชะล้างความเสียใจโศกาให้หลุดร่อนออกไปจากหัวใจได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันยังคงท่วมท้นหัวใจไม่เปลี่ยนแปลง