[นิยายแปล] Kanojo ga Senpai ni NTR-reta node, Senpai no Kanojo wo NTR-masu 19 ท่ามกลางแสงไฟถนน (ตอนปลาย)

ตอนที่ 19 ท่ามกลางแสงไฟถนน (ตอนปลาย)

<ความเดิมตอนที่แล้ว>

ในที่สุดยูวกับโทวโกะก็สามารถจับคาเรนเดินเข้าไปที่อพาร์ทเมนท์ของคาโมกุระ เทตสึยะด้วยกันจนได้

ทว่าโทวโกะพูดว่า ‘แค่เข้าไปด้วยกันแค่นั้นไม่ถือว่านอกใจได้หรอก ต้องยืนยันให้ได้ว่าอยู่ในนั้นอย่างน้อยเป็นหลักชั่วโมง’ จึงเหลือผู้ร่วมขบวนการอยู่สองคนที่ยังสังเกตการณ์ที่อพาร์ทเมนท์ต่อไป

โทวโกะได้ถามยูวซึ่งสังเกตการณ์อยู่ด้วยกันว่า ‘เริ่มคบกับคาเรนได้ยังไง’

หลังจากยูวตอบ กลับกันจึงถามโทวโกะเรื่อง ‘เหตุผลที่คบกับคาโมกุระ’

พอเห็นว่าเป็นเหตุผลทั่ว ๆ ไป ยูวก็เลยพูดทำนองว่า ‘เพราะอย่างนี้ พอได้ยินเรื่องคาโมกุระนอกใจเลยดูใจเย็นอยู่ได้นี่เอง’——

 

 

“ฉันเนี่ยนะ? ดูเป็นคนทำอะไรเด็ดขาด?”

 

“ท่ามกลางแสงสว่างจากไฟถนน เสียงของรุ่นพี่โทวโกะก้องขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

 

“ครับ มาก ๆ เลย ดูไม่เหมือนผู้หญิงที่โดนแฟนหนุ่มนอกใจมาเลยครับ”

 

พอผมพูดแบบนั้น รุ่นพี่โทวโกะก็กลับไปมองนอกกระจกอีกครั้ง

 

“ตะกี้ ฉันบอกว่า ‘เทตสึยะเป็นคนที่อยู่ท่ามกลางผู้คนได้อยู่เสมอ’ ใช่มั้ย แต่ว่านะ เทตสึยะเนี่ยจริง ๆ แล้วเป็นคนที่โดดเดี่ยวนะ แต่เพราะอยู่ท่ามกลางผู้คนอยู่ตลอด ๆ มีปากมีเสียง ก็เลยดูไม่เหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นเลย  พอเริ่มได้อยู่เคียงข้างกันถึงได้เข้าใจน่ะ เทตสึยะพอถึงคราวลำบากขึ้นมากลายเป็นว่าไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลย”

 

รุ่นพี่โทวโกะพอถึงจุดนั้น ก็เล่าด้วยความเจ็บปวดราวกับว่าความรู้สึกได้สลายตายไปแล้ว

 

“เพราะอย่างนั้นฉันน่ะ อยากจะเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างเทตสึยะในเวลาแบบนั้นให้ได้ค่ะ”

 

เสียงของเธอที่ได้ยินตอนนั้น เต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่ท่วมท้นพอ ๆ กับความรู้สึกที่มันตายไปแล้ว

 

——ไอ้ห้าเบี้ยคาโมกุระ! ทั้ง ๆ ที่เป็นแฟนสาวที่เป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ น่ารักขนาดนี้ ทำไมเอ็งยังนอกใจได้ลงคอได้วะ!——

 

ความอิจฉาก็อย่างหนึ่ง แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกได้ถึงความโกรธที่ทั้งน่าเศร้า ทั้งน่าผิดหวังถึงได้ก่อตัวขึ้นมาในใจ

 

หลังจากนั้น เธอก็หัวเราะ ‘ฮึ ๆ’ นิด ๆ ขึ้นมา

ราวกับหัวเราะสมเพชตัวเองยังไงยังงั้น

 

“หัวเราะเรื่องอะไรน่ะครับ?”

 

ทว่าเธอไม่ตอบคำถามของผม แต่พูดอย่างอื่นแทน

 

“คุณคาเรนเนี่ยน่ารักดีเนอะ ในชมรมเองก็เป็นที่นิยมด้วยนี่นะ”

 

“รุ่นพี่โทวโกะเองก็เป็นคนสวยไม่ใช่หรอครับ? ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโรงเรียนเลยนะครับ”

 

ถ้าคาเรนเป็น ‘สามคนที่น่ารักที่สุดในชมรม’ ได้ รุ่นพี่โทวโกะเป็นถึง ‘คนที่สวยที่สุดในโรงเรียน’ เลยเชียว

เทียบกันไม่ติดโผ

 

แต่ว่าเธอก็บอกมาอย่างนี้

 

“คนสวย—คนสวย—คนสวยหรอ นั่นสินะคะ ฉันน่ะโดนบอกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะว่า ‘โทวโกะเป็นคนสวยจังเลยนะ’ เนี่ย”

 

“หรือว่าโดนผู้หญิงรอบข้างอิจฉาอยู่บ่อย ๆ หรอครับ?”

 

“เรื่องนั้นมันก็มีบ้างนิดหน่อย แต่ว่านะ อิชชิกิคุง ถ้าให้เทียบความนิยมในหมู่ผู้ชายเนี่ย ระหว่างผู้หญิงสวยกับผู้หญิงน่ารัก เธอคิดว่าใครจะชนะล่ะ?”

 

พอถูกถามเข้าอย่างนั้น ผมก็สับสนขึ้นมา

ผู้หญิงสวยกับผู้หญิงน่ารักหรอ?

ถึงผมจะแยกกันไม่ค่อยออกก็เถอะ แต่แบบไหนจะชนะงั้นหรอ?

 

“ผมไม่รู้ครับ”

 

“ปกติอะนะ ‘ผู้หญิงน่ารัก’ จะชนะล่ะ ถ้าถามผู้ชายล่ะก็ แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวย จะไปสู้ความน่ารักที่มีให้ตัวเขาเองได้ยังไงล่ะจริงมั้ย”

 

“ความน่ารักที่มีให้ตัวเราเอง?”

 

ตัวผมซึ่งนึกภาพตามคำพูดนั้นให้ชัดเจนไม่ค่อยออก เลยย้อนถามกลับไป

 

“ใช่ค่ะ ผู้หญิงจะสวยหรือไม่สวย ท้ายที่สุดก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนไม่ใช่เหรอ มันไม่มีหน้าตาที่ใคร ๆ ทุกคนชอบหรอก เพราะฉะนั้นท้ายที่สุด ‘คนสวย’ ก็แค่มีหน้าตาสมส่วนไม่มีที่ติก็แค่นั้นไม่ใช่หรอไง? ในขณะที่ความ ‘น่ารัก’ มันเป็นความน่าดึงดูดใจสำหรับอีกฝ่ายแบบว่า ‘ดูแลฉันทีสิ’ งี้ สำหรับผู้ชายมันให้ความรู้สึกแบบ ‘อยากจะปกป้องเด็กคนนี้ขึ้นมาจังเลย’ ไม่ใช่หรอคะ?”

 

พอนึกภาพตามที่พูด เออมันก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

เรื่องความ ‘สวย’ มันก็คือว่า ‘รูปลักษณ์ภายนอกดูสมส่วนดีหรือเปล่า’ กล่าวคือเป็นการตัดสินจากภายนอก

 

ในทางกลับกันความ ‘น่ารัก’ มันเป็นคำที่เรียกโดยสื่อออกมาจากความรู้สึก

สำหรับคนที่เราคิดว่า ‘น่ารัก’ มันจะกระตุ้นเร้าความรู้สึกที่อยากจะปกป้องขึ้นมา รู้สึกอยากจะเป็นเจ้าของขึ้นมา

 

นอกจากนั้น รุ่นพี่โทวโกะก็พูดต่อไป

 

“ฉันเนี่ย ถูกบอกมาว่า ‘ก็เป็นคนสวยดีนะ’ ตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ส่วนที่ว่า ‘ก็ดีนะ’ นั่นมันมีอะไรแน่นอนเลยสินะคะ”

 

ขณะที่พูดเช่นนั้น หน้าของรุ่นพี่โทวโกะก็หันไปนอกหน้าต่างเสียแล้ว

 

“ถ้าเป็นอย่างนี้ฉัน คงจะแพ้ให้ ‘เด็กน่ารัก’ ต่อไปเรื่อย ๆ สินะ ชีวิตนี้ทั้งชีวิต คงจะไม่มีทางเป็น ‘สิ่งที่อยากจะปกป้อง’ ของใครสักคนเลยสินะคะ”

 

“รุ่นพี่โทวโกะจะพ้งจะแพ้อะไร……”

 

——จะแพ้อะไรไม่มีทาง!——

 

ผมอยากจะพูดแบบนั้น

แต่ผมช้าไป รุ่นพี่โทวโกะเหลียวไปข้างหลัง

 

“ฉันน่ะ อยากจะน่ารักอยู่หรอก! แต่ฉันมันเป็นคนอย่างนี้ไง! ถึงตอนนี้ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้แล้วค่ะ! ให้ทำนิสัยแบบนั้นน่ะทำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ!”

 

น้ำตาไหลพรากจากนัยน์ตาของรุ่นพี่โทวโกะไปด้วย

รุ่นพี่โทวโกะร่ำให้ ราวกับว่าลักษณะนิสัยความเป็นผู้ใหญ่ทั่วไปนั้นเป็นเรื่องโกหก

มือทั้งสองครอบปิดใบหน้า สั่นเครือไปทั้งตัว

พยายามจะกลั้นน้ำตาที่มันไหลแต่ก็กลั้นไว้ไม่อยู่

 

——รุ่นพี่โทวโกะ เคยเชื่อใจคาโมกุระ เทตสึยะมาตลอด แถมจนถึงตอนนี้ ก็ยังอ้อมค้อมถึงเพียงนี้——

 

——ความเชื่อมั่นในตัวเอง ศักดิ์ศรีของเธอ บัดนี้ถูกสั่นคลอนไปหมด——

 

——รุ่นพี่โทวโกะ อดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ฝืนกลั้นตัวเองที่อยากร้องไห้ ให้กำลังใจผม——

 

ทำตัวให้เข้มแข็ง ทั้งที่ความจริงอาจจะเจ็บมากยิ่งกว่าผมด้วยซ้ำ

 

“รุ่นพี่โทวโกะครับ……”

 

ผมพูดเบา ๆ เบาราวกับกำลังกล่อมเด็กน้อยที่กำลังสั่นกลัว

 

“ผมน่ะ ได้รุ่นพี่โทวโกะช่วยเหลือมาตลอด ได้รุ่นพี่คอยปลอบประโลมมาตลอด เพราะงั้น……”

 

ผมยื่นมือจับแขนของรุ่นพี่อย่างนิ่มนวล

 

“วันนี้ ขอให้ผมได้ปลอบใจเถอะนะครับ……”

 

ผมดึงตัวรุ่นพี่โทวโกะเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ แต่มั่นคง

ตอนแรกเธอดูเหมือนทำท่าจะต้านเบา ๆ แต่ก็ค่อย ๆ ซุกหน้าเข้ามาตรงหน้าอกของผม

 

ตอนนั้นเอง ผมกำเสื้อเชิ๊ตไว้แน่นแล้วร้องไห้

Options

not work with dark mode
Reset