[นิยายแปล] ร้านป้ายแดงของสาวนักแปรธาตุมือใหม่ 97 [3] ผู้มาเยือนที่น่าตกใจ [Part 1]

ตอนที่ 97 [3] ผู้มาเยือนที่น่าตกใจ [Part 1]

 

“จะว่าไป นายท่านผู้จัดการคะ เรื่องเวทมนตร์ของเคทกับโลเรียเป็นยังไงบ้างเหรอคะ?”

 

ในช่วงอาหารมื้อเช้าวันนึง จู่ๆ คุณไอริสก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ก่อนจะถามเหมือนกับกำลังคาดหวังบางอย่างอยู่ ก็น่าเสียใจนะที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ว่า―――

 

“มันยังไม่เห็นผลลัพธ์เร็วขนาดนั้นหรอกค่า~ ถ้ามันสามารถใช้กันได้ง่ายๆ แบบนั้น ในโลกนี้ก็คงมีนักเวทย์อยู่อีกมากมายไปหมดแล้วล่ะค่ะ”
“อืม มันก็ใช่นะคะ”

 

คุณไอริสพยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนคุณเคทกับโลเรียจังก็พากันหัวเราะแห้งๆ

 

“นั่นสิน้า อย่างน้อย ฉันก็รู้สึกว่ามันคืบหน้าอยู่บ้างนะ แต่… เนอะ โลเรียจัง?”
“ค่ะ มันออกจะเหมือนรู้สึกได้รางๆ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน”
“แล้วทางไอริสล่ะ? ไปได้สวยมั้ย?”
“ฉันเหรอ? ฉันคิดว่าใช้ได้อยู่ล่ะมั้ง แต่ว่า… คิดเห็นยังไงบ้างเหรอคะ นายท่านผู้จัดการ?”

 

ตอนแรก คุณไอริสก็ฝึกเวทมนตร์อยู่กับโลเรียจังกับคุณเคทนะ แต่กลับกลายเป็นว่าถึงในตัวเธอจะมีพลังเวทก็จริง แต่เธอไม่มีพรสวรรค์ที่จะปล่อยพลังเวทในตัวออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเลยเนี่ยสิ

เธอเลยรีบเปลี่ยนการฝึก หันไปทางการเสริมแกร่งร่างกายที่ไม่จำเป็นต้องปล่อยพลังเวทออกมาจากตัวแทน

บางที อาจจะเพราะพรสวรรค์ในการเคลื่อนไหวร่างกายตามธรรมชาติของเธอก็ได้ คุณไอริสก็เลยแสดงความสามารถทางด้านนี้ออกมาใช้ได้เลย แต่เธอก็เพิ่งจะเริ่มฝึกมาไม่กี่วันเอง

คุณไอริสยิ้มออกมานิดๆ ด้วยความมั่นใจเลยล่ะ แต่โดยรวมๆ แล้ว…

 

“ยังไงก็ พยายามฝึกให้เต็มที่อีกซักหน่อยนะคะ?”
“เอ๋!? ย- อย่างนั้นเหรอคะ? ยังใช้ไม่ได้สินะคะ?”
“ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้หรอกค่ะ แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะสามารถนำไปใช้งานจริงได้… คุณยังไม่สามารถใช้การมันได้ดั่งใจสั่ง แล้วตอนที่คุณใช้ได้ พลังเวทก็จะถูกดึงออกมาใช้จนหมดอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ”

 

ในระหว่างที่ฝึกต่อสู้กัน จะมีทั้งชั่วจังหวะที่ความเร็วของคุณไอริสพุ่งสูงในฉับพลัน ทั้งตอนที่อยู่ๆ คุณไอริสก็ล้มคะมำลงไปแบบคาดไม่ถึง ในฐานะที่เป็นคู่ฝึกด้วยแล้วนี่ ถือว่ารับมือได้ยากเลย ฉันกลัวว่าอาจจะไปทำให้เธอบาดเจ็บล่ะนะ

พอฉันต้องคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของคุณไอริสให้ดี ฉันก็เลยพอจะจับจังหวะพวกนั้นได้ และเพราะแบบนั้นแหละ ฉันเลยรู้สึกว่าทักษะในการสังเกตเวทมนตร์ของตัวเองพัฒนาขึ้นมาเหมือนกัน

 

“ในเมื่อยังทำพลาดอยู่ คุณต้องห้ามเอาไปใช้ในการต่อสู้จริงด้วยนะคะ ถ้าไม่ระวัง คุณได้ทำตัวเองเจ็บสาหัสแน่ จริงมั้ยล่ะคะ?”
“ร- เรื่องนั้นฉันเข้าใจค่ะ ถ้าไม่ใช่นายท่านผู้จัดการล่ะก็ ฉันคงทำตัวเองเจ็บตัวไปตั้งแต่ตอนที่ฝึกการต่อสู้แล้วด้วยซ้ำ อืม แต่ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องความคืบหน้าของทั้ง 2 คนล่ะคะ!”

 

คุณไอริสยิ้มแหยๆ ก่อนจะพยายามบิดบทสนทนากลับมาโดยเร็ว ดูเหมือนเธอจะรู้สึกได้ว่าตัวเองตกที่นั่งลำบากอยู่นิดหน่อยก็ได้มั้ง ได้ยินแบบนั้นฉันก็หยุดคิดอยู่พักนึง

 

“นั่นสินะคะ ทั้ง 2 คนสามารถสัมผัสพลังเวทได้ แล้วก็ทำให้พวกมันขยับได้แล้วค่ะ ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการควบคุมอย่างแม่นยำและการสั่งใช้งานพลังเวทค่ะ แต่นั่นก็อาจใช้เวลานานซักหน่อย”

 

ปัญหาแรกสุดเลยของคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับเวทมนตร์มาก่อน นั่นก็คือ [การสัมผัสพลังเวท]

เพราะจะต้องรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นให้ได้ นั่นก็เลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะท้าทาย แต่ทั้ง 3 คน รวมทั้งตัวคุณไอริสด้วย ต่างก็ผ่านอุปสรรคนี้ไปได้กันอย่างง่ายๆ เลย

บางทีก็อาจจะเพราะความเข้ากันได้แต่กำเนิดของทุกคน รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าตอนนี้ทุกคนก็อยู่ท่ามกลางอาร์ติแฟกต์ (อุปกรณ์แปรธาตุ) และบ้านทั้งหลังที่มีพลังเวทวิ่งไหลเวียนอยู่ตามลวดลายวงจรเวทด้วย พวกมันก็อาจจะมีอิทธิพลส่งเสริมทั้ง 3 คนก็ได้นะ

 

“แบบนี้นี่เอง แล้วเคทตั้งใจจะเรียนเวทมนตร์สำหรับโจมตีเอาไว้งั้นเหรอ?”
“เอ…? สมแล้วจริงๆ นะ จะเรียนรู้ทั้ง 2 อย่างพร้อมกันให้ได้… มันยากมากเลยใช่มั้ยคะ คุณผู้จัดการ?”
“ถ้าหมายถึงว่ายากหรือเปล่าที่จะใช้ได้ล่ะก็ เมื่อไหร่ที่คุณสามารถใช้เวทมนตร์ที่กำลังฝึกฝนอยู่ตอนนี้ได้สำเร็จเมื่อไหร่ ฉันคิดว่าคุณก็จะสามารถใช้เวทมนตร์สำหรับโจมตีได้แล้วเหมือนกันนะคะ เวทมนตร์ที่ใช้เพื่อการโจมตีนั้นอาศัยอิทธิพลจากความเข้ากันได้ของผู้ร่าย แต่ในส่วนนี้ คุณเคทกับโลเรียจังไม่ได้มีปัญหาหรอกนะ”

 

ในทางการเล่นแร่แปรธาตุ เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการควบคุมพลังเวท แต่ถ้าเป็นเวทมนตร์สำหรับโจมตี สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ปริมาณพลังเวท ซึ่งการควบคุมพลังเวทนั้นสามารถพัฒนาขึ้นได้จากการฝึกฝน แต่ปริมาณพลังเวทนั้น โดยมากแล้วจะขึ้นอยู่กับพรสวรรค์โดยกำเนิด

แน่นอนว่าการพัฒนาความสามารถในการควบคุมพลังเวทนั้นจะทำให้การร่ายเวทมนตร์เพื่อโจมตีออกมาอย่างมีประสิทธิภาพสามารภทำได้ง่ายขึ้น แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยที่ว่าการมีปริมาณพลังเวทสูงกว่านั้นก็ทำให้ได้เปรียบกว่าแล้ว

ในทางกลับกัน ถ้ามีปริมาณพลังเวทในตัวสูงมาก ต่อให้ทักษะในการควบคุมจะบกพร่องไป หลายๆ เรื่องก็สามารถใช้แรงฝืนฝ่าผ่านปัญหาที่เจอไปได้อยู่ดี เพราะแบบนั้นแหละก็เลยมีคนเลือกจะเป็นนักเวทย์แทนที่จะไปเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่เยอะจนน่าตกใจเลยล่ะ

 

“ปริมาณพลังเวทที่ทั้ง 2 คนมีนั้นเพียงพอแล้วค่ะ และเวทมนตร์สำหรับโจมตีนั้นก็เรียนรู้ได้ค่อนข้างง่ายด้วย… อยากจะเปลี่ยนไปเน้นฝึกทางนั้นแทนหรือเปล่าคะ?”

 

พอฉันถามไปแบบนั้น คุณเคทก็นิ่งคิดอยู่พักนึง ก่อนจะส่ายหัวทันที

 

“…ไม่ล่ะค่ะ ฉันขอยึดตามแผนเดิมดีกว่า เพราะวัตถุประสงค์มันต่างกันนี่คะ”
“เป็นทักษะที่จะยังสามารถเอาไปใช้หลังเกษียณตัวเองได้สินะคะ แล้วโลเรียจังล่ะ?”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ แบบที่เคยพูดเลย ฉันไม่คิดว่าฉันจะมีโอกาสได้ใช้เวทมนต์ไปสู้กับใครหรอกค่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้เก่งพอจะทำหลายๆ อย่างพร้อมกันแบบนั้นด้วย”
“อื้ม ฉันก็คิดว่ายึดตามแผนนั้นเอาไว้นี่แหละดีที่สุดแล้ว… แต่ว่านะโลเรียจัง เธอน่ะทำงานได้ดีเลยนะ”

 

ฉันไม่แนะนำให้เธอใช้เวทมนตร์โจมตีก็เพราะไม่อยากให้เอาไปใช้ทำอะไรที่มันอันตราย แต่เธอก็ทั้งทำอาหารเก่ง ทั้งทำงานที่ยากอย่างการดูแลร้านเล่นแร่ได้จนคล่องมือแล้วด้วย

ถ้าโลเรียจังยังไม่ดีอีก ต้องเป็นใครกันล่ะถึงจะดีพอ?

 

“จะว่าไป นายท่านผู้จัดการคะ แล้วฉัน…?”
“อ่า คุณไอริสทำไม่ได้หรอกค่ะ”

 

คุณไอริสมองฉันด้วยสายตาแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง แต่พอฉันตอบด้วยความเป็นจริงแบบตรงๆ ก็ทำเอาเธอผิดหวังคอตกเลย

 

“โอ่…”
“เพราะว่าคุณไม่เหมาะกับการใช้เวทมนตร์แบบที่ต้องปล่อยออกจากตัวค่ะ บางทีถ้าเป็นคนที่เก่งกว่าฉันมาช่วยสอนให้คุณ ก็น่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปนะคะแต่ฉันไม่มีความสามารถพอจะสอนได้ขนาดนั้น…”
“ฉันคิดว่าคุณผู้จัดการเป็นครูที่ดีเลยนะคะ อย่างน้อยก็ดีกว่าแม่ของฉันเยอะเลย”
“ใช่ค่ะ! ฉันก็คิดว่ามันเข้าใจได้ง่ายมากๆ เลย!”
“จริงเหรอ? ฉันแค่สอนเรื่องที่ตัวเองเรียนมาจากในวิทยาลัยเท่านั้นเองนะ”
“นั่นคือโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศเลยนี่คะ? งั้นก็แปลว่าฉันคงไม่มีทางจะได้เข้าไปอยู่แล้วค่ะ…”
“…”

 

ปฏิเสธยากอยู่แฮะ

เหล่าบรรดาคณาจารย์ที่วิทยาลัยหลวงฝึกสอนนักเล่นแร่แปรธาตุน่ะ ยังไงก็ต้องเป็นผู้สั่งสอนที่ดีที่สุดในประเทศแล้วล่ะ

 

“ต- แต่ว่า คุณไอริสเองก็มีพรสวรรค์ในการเสริมแกร่งร่างกายน―――”

 

*กริ้ง กริ้ง*

 

ตอนที่ฉันกำลังจะพูดให้กำลังใจคุณไอริสบ้าง ก็มีเสียงกระดิ่งที่หน้าร้านเข้ามาขัดพอดี

 

“อาเระ? ลูกค้างั้นเหรอ…?”

 

ตั้งแต่ที่โลเรียจังมาดูแลร้านให้ เราก็แทบจะไม่เคยยินเสียงกระดิ่งนี้มาซักพักใหญ่แล้ว ตอนนี้เราก็เลยหันมามองหน้ากัน เอียงคอสงสัยกันอย่างงงๆ

 

“แปลกจัง มีคนมาที่ร้านก่อนเวลาเปิดด้วย”
“งั้นเหรอคะ? บางที อาจจะเป็นพวกหน้าใหม่ก็ได้”

 

เวลาเปิดปิดของร้านถูกกำหนดเอาไว้ตายตัวแล้ว ฉะนั้น จะชาวบ้านหรือนักเก็บสะสมก็ไม่มีใครเลยที่จะมาที่ร้านฉันนอกเวลาทำการ

ถ้าเป็นนักเก็บสะสมหน้าใหม่ มันก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะไม่รู้เวลาเปิดปิดของร้าน แต่จะสั่นกระดิ่งทั้งที่เห็นว่าร้านปิดอยู่แบบนี้ก็ออกจะแปลกอยู่ดี―――

 

“นายท่านผู้จัดการคะ ไม่แน่ว่า มันอาจจะมีเหตุฉุกเฉิน หรืออะไรแบบนั้นเกิดขึ้นก็ได้นะคะ?”
“อ๊ะ! จริงด้วยนะคะ!”

 

พอนึกถึงเรื่องแบบตอนที่คุณไอริสแล้ว ฉันก็รีบลุกขึ้นอย่างตระหนก แต่คุณเคทก็ส่ายหัวเหมือนจะปฏิเสธความเป็นไปได้นั้นไป

 

“น่าจะเป็นเหตุอื่นนะคะ? ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ พวกเขาจะต้องลนลานกันมากกว่านี้ แล้วก็ต้องตะโกนเรียกขื่อคุณผู้จัดการแล้วล่ะค่ะ อีกอย่าง ไม่มีทางที่ในหมู่บ้านจะมีใครที่ไม่รู้จักชื่อของคุณผู้จัดการอยู่แล้วด้วย”
“นั่นมันก็จริงนะ… จะรู้ได้ก็คงต้องไปดูแล้วล่ะค่ะ ฉันไปด้วยนะคะ นายท่านผู้จัดการ”
“งั้น ฉันด้วยค่ะ”
“อาจจะมีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างก็ได้”

 

ต่อให้จะไม่ได้เป็นเรื่องฉุกเฉิน แต่ยังไงพวกเขาก็เรียกเราอยู่แน่ๆ

ตอนที่ฉันเดินออกไปหาประตูหน้าร้าน ทุกคนเองก็เดินตามกันมาติดๆ เดินเรียงกันเป็นแถวเลย

ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินอะไร มีคนมาด้วยเยอะๆ ก็ดีกว่านั่นแหละ แต่ถ้าเป็นลูกค้าเฉยๆ นี่… ช่างเถอะ ไม่เสียหายอะไรอยู่แล้วนี่นะ

 

*กริ้ง กริ้ง*

 

“ค่า ค่~า”

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเหมือนเร่งให้ฉันรีบหน่อย ฉันเลยเร่งฝีเท้าตัวเอง และเปิดประตูออก

 

“ใคร… งั้นเหรอคะ?”

 

คนที่ยืนอยู่นั้นเป็นชายดูเศร้าหมอง น่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนแล้ว กับแบล็กเอลฟ์สาวหน้าตาน่าดึงดูด พวกเขาดูไม่น่าจะใช่ชาวบ้านนะ แล้วก็ไม่น่าจะใช่นักเก็บสะสมด้วย

นานๆ ทีก็จะมีพ่อค้าแวะมาที่ร้านของเราอยู่บ้างนะ แต่พวกเขาก็ดูไม่จะใช่คณะพ่อค้าเหมือนกัน…

―――ไม่สิ นี่ตกลงพวกเขาเป็นใครกันแน่เนี่ย? ในตอนที่ฉันยังมองพวกเขาอย่างสงสัย ผู้ชายคนนั้นก็ถอยหลังกลับไปก้าวนึง พยักหน้าให้อย่างสุภาพ ก่อนจะพูดขึ้น

 

“ขอรบกวน ที่นี่ใช่ร้านของนายท่านซาราสะหรือเปล่า?”
“ฉันเองค่ะซาราสะ คุณล่ะคะ?”
“เธอน่ะเหรอ…?”

 

ทั้ง 2 คนกระพริบตาปริบๆ กันอย่างประหลาดใจ พร้อมกับมองฉันกันเป็นตาเดียว

 

“อย่างนั้นเหรอ แต่…”

 

เราไม่ได้นัดเจอกับใครเอาไว้ ใช่มั้ยนะ?

ตอนนั้นเอง พอพวกคุณไอริสเดินตามฉันมาถึง มองออกไปดูนอกประตู แล้วก็อุทานดังลั่นเลย

 

“ท่านพ่อ!?”
“หม่าม้า!”

““…หา?””

 

ได้ยินเรื่องเกินคาดนี้เข้าไป ทำเอาฉันกับโลเรียจังพูดออกมาพร้อมๆ กันเลย

 

TN: สมชื่อตอนจริงๆ

ขอแปะ Discord สำหรับแจ้งเตือนนิยาย กับมุมพูดคุยกันไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ ใครสนใจก็แวะมาได้นะ ^^
https://discord.gg/Fm9NsqeH2r

[นิยายแปล] ร้านป้ายแดงของสาวนักแปรธาตุมือใหม่

[นิยายแปล] ร้านป้ายแดงของสาวนักแปรธาตุมือใหม่

Score 10
Status: Completed
แทบจะเป็นหนทางเลี้ยงชีพทางเดียวเลยที่จะเจริญขึ้นมาได้สำหรับเด็กกำพร้าตัวคนเดียว นั่นคือการเอาหนังสือรับรองการเล่นแร่แปรธาตุแห่งชาติมาให้ได้! ซาราสะ เด็กสาวที่จบจากวิทยาลัยหลวงฝึกสอนนักเล่นแร่แปรธาตุ สถานที่ที่ไม่ต้องการอะไรอื่นนอกจากความสามารถของผู้เรียน ได้รับการเสนอร้านแห่งนึงมาจากอาจารย์ของเธอ เธอเริ่มออกเดินทางภายใต้การมองส่งของอาจารย์ผู้ใจกว้าง เฝ้าฝันถึงชีวิตที่สวยงามกว่าทั่วๆ ไปในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุ แต่ว่า ในสถานที่แบบนี้ ถ้าเธอไม่เปิดร้านล่ะก็ ชีวิตแบบนั้นก็ไม่มีวันมาถึงแน่―― เธอที่รายล้อมด้วยพนักงานทำงานพิเศษที่น่ารัก กับชาวบ้านที่เป็นมิตร เป้าหมายอยู่ที่การเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุของประเทศอย่างเต็มตัวให้ได้! ชีวิตทำงานอันสโลว์ไลฟ์เริ่มเปิดให้บริการแล้ว! (เรื่องนี้แปลจากฉบับ LN ภาษาญี่ปุ่น)

Options

not work with dark mode
Reset