ทาสรักทาสหัวใจ 29 รักเกินจะหักห้ามใจ

ตอนที่ 29 รักเกินจะหักห้ามใจ

“ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงกับมุก มุกรับได้ทุกอย่างค่ะ แค่คุณรับรู้ว่ามุกรักคุณก็พอ แค่นี้มุกก็มีความสุขแล้วค่ะ” พูดจบร่างบางก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากชายหนุ่มเบาๆ แล้วเดินเข้าห้องไป ปล่อยให้ภพยืนสับสนกับความรู้สึกของตนเองอยู่อย่างนั้น

ตกดึกภายในห้องนอนกว้างที่มิคเคยอยู่มุกพาตนเองเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้องด้วยความเศร้าหดหู่ในหัวใจน้ำตาค่อยๆ เอ่อไหลอาบแก้มเมื่อความอ่อนแอเข้ามาเกาะกินใจอีกครั้ง ภาพความทรงจำในอดีตที่เธอเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมิคตั้งแต่เล็กจนโตค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัวให้ย้อนคิดถึงช่วงเวลานั้น

ร่างบางเดินไปเปิดลิ้นชักตรงโต๊ะหัวเตียงหยิบภาพเธอกับน้องชายที่ถ่ายด้วยกันในบ้านเด็กกำพร้าออกมามองทั้งน้ำตา ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงจ้องมองภาพในมือด้วยความเจ็บปวดทรมานใจ ระหว่างนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษสีขาวพับอยู่ในลิ้นชักเธอจึงหยิบมันขึ้นมาเปิดออกก็ปรากฏว่าเป็นลายมือของมิค

ถึง….พี่มุก

ผมรู้ว่าพี่เสียใจมากแค่ไหนที่ผมป่วยหนักแบบนี้ และพี่ก็เหนื่อยมากที่ต้องหาเงินมารักษาผม แต่พี่ก็ยังยิ้มสู้สร้างพลังบวกให้ผมมีกำลังใจที่จะสู้กับโรคร้ายต่อไป ขอบคุณที่ดูแลห่วงใยผมอย่างดีมาโดยตลอด พี่รู้ไหมว่าผมโชคดีมากแค่ไหนที่มีพี่เป็นพี่สาว ผมไม่รู้ว่าผมจะอยู่กับพี่ได้อีกนานไหม ไม่ว่าพี่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ของผมตอนไหน ผมอยากให้พี่รู้เอาไว้ว่าผมรักพี่มากนะครับ รักมากที่สุดในโลกเลย ต่อไปถ้าไม่มีผมแล้ว ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ ผมอยากให้พี่มุกมีคนที่ดีคอยดูแลพี่แทนผม ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นหมอนนท์หรือพี่ภพ ผมขอให้พี่มุกเลือกคนที่พี่รักอยู่ด้วยแล้วมีความสุขนะครับ

รักเสมอ…..จากมิค

“โธ่ มิค พี่รักมิคนะ กลับมาได้ไหม” ร้องไห้สะอึกสะอื้นใจแทบขาดกอดจดหมายแนบอกทิ้งตัวนอนลงบนเตียงด้วยความเสียใจ

ภพหลังจากที่เคลียร์งานเสร็จก็ออกมาจากห้องทำงานตรงไปยังห้องนอนพอไม่เจอมุกชายหนุ่มจึงเดินตามหาแถวห้องครัวกับโซนรับแขกเมื่อไม่พบเขาจึงเข้าไปตามในห้องนอนที่อยู่ถัดไป พอภพเปิดประตูออกเขาพบว่ามุกกำลังนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เตียง เขาจึงรีบเข้าคว้าร่างบางเข้ามากอดปลอบแนบอกกว้างด้วยความสงสารจับใจ

“อย่าร้องเลยนะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”

“มุกคิดถึงมิค อยากให้มิคกลับมาแต่มันก็เป็นไปไม่ได้”

“เธอจะต้องเข้มแข็งให้ได้นะ ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง”

“มุกไม่เหลือใครแล้ว คุณอย่าทิ้งมุกไปนะ มุกอยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีคุณ” กอดรัดร่างหนาเอาไว้เแน่น

“ฉันไม่ทิ้งหรอก ไว้ใจฉันได้”

“ขอบคุณมากนะคะ ที่คอยอยู่ข้างๆ และให้กำลังใจกัน ถ้าไม่มีคุณป่านนี้ไม่รู้ว่ามุกจะเป็นยังไง”

“ฉันเต็มใจ ไปนอนกันเถอะดึกมากแล้ว” ร่างหนาค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นแล้วพาออกไปจากห้องไปยังห้องนอนห้องถัดไป

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

เช้าวันใหม่บนเตียงนุ่มกว้างมุกนอนมองหน้าภพที่กำลังหลับสนิทข้างกายด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า ใช้มือบางค่อยๆ เกลี่ยแก้มสากไปมาเบาๆ ด้วยความเผลอไผลแล้วก้มลงจูบแก้มชายหนุ่มฟอดหนึ่ง

“กล้าดียังไงมาลวนลามฉัน ตอนหลับ หื้ม” ดวงตาคมกริบลืมขึ้นจ้องมองใบหน้าสาว

“ตื่นแล้วเหรอคะ” ถามพลางขยับถอยห่างจากตัวชายหนุ่มทันที

“ใช่ เธอจะชดเชยยังไงดีล่ะ ที่ทำให้ฉันตื่น” คว้ารวบร่างบางเข้ามากอด

“วันนี้คุณมีประชุมไม่ใช่เหรอคะ มุกไปทำมื้อเช้าให้คุณดีกว่า”

“ฉันยังไม่หิว” กระซิบข้างใบหูบาง

“งั้นก็ไปอาบน้ำก่อนสิคะ มุกจะเตรียมเสื้อผ้าให้”

“เธอก็รู้ว่าร่างกายฉันต้องการเธอ อย่าพยายามเปลี่ยนเรื่องเลย” พูดพลางจูบไซ้ไปตามซอกคอขาวเนียน

“มุกรักคุณนะคะ” จูบประกบปิดริมฝีปากหนาทันที

หลังจากจบบทรักอันเร่าร้อนมุกก็ทำมื้อเช้าพร้อมกาแฟร้อนๆ ให้ภพทาน จากนั้นก็ลงไปส่งชายหนุ่มขึ้นรถ เธอยืนมองจนรถคันหรูลับสายตาไปกำลังจะก้าวขาเรียวกลับขึ้นไปบนห้องอยู่ๆ ก็มีเสียงที่ไม่คุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอจากทางด้านหลัง

“หนู” เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้น

“คุณเรียกหนูเหรอคะ” มุกถามชายสูงวัยกลับ

“ใช่ ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

“เราไม่รู้จักกัน หนูขอตัวนะคะ” มุกทำท่าจะเดินออกไป

“ฉันอนันต์เป็นพ่อของภพเขาน่ะ”

“เป็นพ่อเหรอคะ” มุกหันไปมองหน้าอนันต์อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง

“ใช่ ฉันอยากจะคุยกับหนูเรื่องภพสักหน่อย เห็นว่าหนูสนิทสนมกับภพเป็นพิเศษ”

“หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เสียมารยาท สวัสดีค่ะ หนูมุกค่ะ” ร่างบางพนมมือไหว้ชายสูงวัยด้วยความนอบน้อม

“ทำตัวตามสบายเถอะ ฉันไม่ถือสาอะไรหรอก ไปนั่งคุยกันทางโน้นดีกว่านะ” อนันต์เดินนำตรงไปยังม้านั่งใต้ต้นไม้

มุกเดินตามชายสูงวัยจนไปถึงม้านั่งพร้อมกับนั่งลงข้างๆ อนันต์อย่างสงบหันไปมองหน้าชายสูงวัยที่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะ ภพเขาเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าช่วงหลายเดือนนี้ไม่กลับบ้านเลย เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่คอนโดเพราะหนูใช่ไหม”

“เอ่อ….คือ”

“ตอบมาตามตรงเถอะ” อนันต์เอ่ยให้เธอคลายกังวลใจ

“คุณภพสบายดีค่ะ ส่วนหนูเป็นแค่แม่บ้านค่ะ”

“จริงเหรอ แต่ที่ฉันเห็นมันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แล้วนี้เด็กผู้ชายอีกคนหายไปไหนแล้วล่ะ”

“คุณภพเขาแค่ช่วยเหลือมุกกับน้องค่ะ พอดีน้องชายมุกป่วยเป็นมะเร็งรักษามาหลายเดือนแล้วแต่ก็ไม่ดีขึ้น ตอนนี้น้องเสียไปแล้วค่ะ”

“จริงเหรอ ฉันเสียใจด้วยนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ว่าหนูจะอยู่กับภพในฐานะอะไร แค่หนูดูแลภพเขาดีๆ แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วล่ะ  อนันต์เอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ

“ทำไมถึงได้แค่มองอยู่ห่างๆ คะ คุณเป็นพ่อลูกกันนะคะ มีอะไรก็คุยกันได้สิคะ”

“ฉันทำผิดกับแม่เขามากเกินกว่าจะให้อภัย ภพเขาโกรธเกลียดพ่อคนนี้ไปแล้วล่ะ ฉันถึงไม่กล้าเข้าใกล้เดี๋ยวเขาจะโกรธอีก จึงทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ เท่านั้น”

“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ใช่ หนูก็อย่าบอกภพล่ะ ว่าฉันมาที่นี้มาคุยกับหนู เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก”

“ค่ะ” มุกพยักหน้ารับ

มุกยืนมองหลังอนันต์ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยความคลางแคลงใจในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก เพราะอะไรกันภพถึงได้เกลียดผู้เป็นพ่อมากถึงขนาดไม่อยากเห็นหน้าหญิงสาวได้แต่วุ่นคิดอยู่ในใจแล้วเดินกลับขึ้นห้องไป

อนันต์แล่นรถเข้าไปจอดตรงลานจอดรถภายในบ้านด้วยใบหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปข้างในบ้าน ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มด้วยความอ่อนล้า ปานทองเดินเข้ามาเห็นเข้าจึงค่อยๆ นั่งลงข้างกายสามี

“ไปตามดูคุณภพอีกแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้น

“ใช่ วันนี้ผมตัดสินใจเข้าไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นแล้วนะ เธออ่อนน้อมน่ารักมากเลย”

“เธอเป็นอะไรกับคุณภพเหรอคะ”

“เธอบอกว่าเป็นแม่บ้านน่ะ แต่ผมไม่เชื่อหรอกนะ สนิทสนมกันมากถึงขนาดอยู่ร่วมคอนโดกันคงมีอะไรมากกว่านั้น แค่รู้ว่าภพสบายดีผมก็ดีใจแล้วล่ะ”

“หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะดูแลคุณภพอย่างดีนะคะ คุณจะได้หมดห่วง ว่าแต่เธอชื่ออะไรเหรอคะ”

“มุกน่ะ น้องชายเพิ่งจะเสียไปด้วยโรคมะเร็ง ที่ผ่านมาภพเขาคอยช่วยเหลือเอาไว้”

“ชื่อมุกเหรอคะ” ปานทองชะงักนิ่งไป

“มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

“งั้นผมขอตัวไปดูต้นไม้ตรงสวนหลังบ้านหน่อยนะ”

“ค่ะ”

ปานทองรีบกลับเข้าไปในห้องต่อสายหานักสืบที่เธอเคยจ้างเพื่อให้สืบเรื่องสำคัญในอดีตอีกครั้งจากที่วางมือไปนานเผื่อจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมมากกว่าที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีบางอย่างที่มันขัดแย้งกันไปบ้างก็ตาม เธอหวังว่าจะมีข้อมูลใหม่ๆ บ้าง

ปานทองเข้ามาในชีวิตของอนันต์หลังจากที่เธอกลับมาจากต่างประเทศ ทั้งสองคนตกหลุมรักกันจนถลำลึกทำผิดศีลธรรม ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีครอบครัวอยู่แล้ว จนส่งผลให้จันทราภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของอนันต์ตรอมใจล้มป่วยจากไปอย่างไม่มีวันกลับ สร้างบาดแผลร้าวลึกไว้ตรงกลางใจภพจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเธอก็รู้สึกผิดไม่ต่างกันกับอนันต์

ปานทองกับอนันต์อยู่ด้วยกันสองคนในบ้านและคนรับใช้หนึ่งคนเท่านั้น อีกทั้งยังมีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นของตนเองและหุ้นส่วนต่างๆ ในบริษัทของเพื่อนในแวดวงธุรกิจส่งออกบางส่วน เธอกับอนันต์จึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน แม้ว่าอนันต์จะได้รับเงินเดือนจากลูกชายทุกเดือนแต่เขาเลือกที่เก็บเอาไว้เผื่อใช้ในยามเจ็บป่วยและจำเป็น

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงวันมุกเดินหิ้วถุงผ้าที่มีปิ่นโตข้าวผัดแหนมพร้อมน้ำซุปร้อนๆ อยู่ข้างในไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบริษัทพีพีเคสตูดิโอจำกัด ที่ที่เธอเคยทำงานมาก่อนโดยไม่ได้บอกชายหนุ่มล่วงหน้า ร่างบางพาตนเองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นประธานบริษัท พอไปถึงก็ไม่ลืมทักทายพิศเลขาหน้าห้องตามมารยาทและบอกจุดประสงค์ในการมา พิศต่อสายหาภพไม่นานชายหนุ่มก็เดินออกมาโดยมีซินดี้เดินตามหลังออกมาจากห้องติดๆ มุกหน้าชาเล็กน้อยมองหน้าคนทั้งคู่สลับกันไปมา

“ซินดี้ คุณไปทานเองนะ ผมมีข้าวกลางวันแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น

“ได้ยังไงกัน คุณรับปากแล้วจะมาคืนคำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ” ซินดี้เกาะแขนชายหนุ่มออดอ้อน

“ซินดี้!” ภพเอ่ยเสียงดุชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธอ

“ก็ได้ค่ะ” พูดพลางจ้องหน้ามุกเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” ภพเอ่ยชวนมุกเข้าไปข้างในห้อง

พอเข้าไปข้างในห้องมุกก็จัดการแกะปิ่นโตออกมาจัดแจงวางลงบนโต๊ะให้ชายหนุ่มทาน ระหว่างที่ภพนั่งทานไปก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าเนียนที่นั่งตรงข้ามไปด้วย

“คิดยังไงวันนี้ถึงได้ทำมื้อเที่ยงมาให้ฉันทานถึงที่นี้” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น

“มุกอยากให้คุณได้ทานของอร่อยๆ ฝีมือมุกค่ะ”

“แล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการที่เธอมาปรากฏตัวที่นี้ คนอื่นเขาจะคิดยังไง ป่านนี้คงจะนินทากันสนุกปากแล้ว”

“มุกขอโทษค่ะ”

“เธอก็รู้ว่าระหว่างเรามันมีขอบเขตของมันอยู่”

“มุกอยากทำงานกับคุณค่ะ” เธออยากจะเห็นชายหนุ่มอยู่ในสายตาตลอดเวลาไม่อยากให้ไปใกล้ผู้หญิงคนไหนนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น

“หมายความว่ายังไง”

“ให้มุกช่วยงานคุณนะคะ”

“ไม่ต้อง ช่วยฉันแค่เรื่องบนเตียงก็พอ แค่นี้เธอน่าจะพอใจได้แล้วนะ ได้ทั้งความสุขแล้วก็เงินทุกเดือน ค่าที่พักค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ต้องจ่าย”

“แต่มุกอยากจะอยู่ใกล้ๆ คุณ”

“อย่าคิดจะมาแสดงความเป็นเจ้าของตัวฉัน เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้” พูดพลางวางช้อนลงแล้วลุกขึ้นยืน

“มุกรู้ค่ะ แต่มุกห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ” พูดพลางมองหน้าชายหนุ่มที่หันหนีเธอ

กลางดึกภายในห้องนอนกว้างมุกนั่งมองแผงยาคุมกำเนิดในมือที่เธอเพิ่งจะซื้อมาเพื่อเริ่มทานแผงใหม่คืนนี้ด้วยความชั่งใจอยู่นาน เธอคิดวนเวียนอยู่ในหัวครั้งแล้วครั้งเล่าถึงสิ่งที่เธอกำลังจะตัดสินใจทำมันลงไป จนสุดท้ายเธอตัดสินใจนำแผงยาเก็บเข้าไปในกระเป๋าดังเดิม ต่อไปนี้เธอจะไม่แตะต้องมันอีกและจะยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ร่างบางล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยหัวใจที่เต้นแรงเธอตื่นเต้นเหลือเกิน เธอรู้ตัวเองดีว่ากำลังทำตัวเหมือนผู้หญิงสิ้นคิดที่ใช้วิธีนี้จับผู้ชายที่ตนเองรักให้เขาอยู่ในกำมือ แต่สำหรับภพมันไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เขาอาจโกรธเกลียดเธอไปเลยก็ได้ แต่ในเมื่อเธอตัดสินแล้วเธอก็พร้อมที่จะเสี่ยงกับมันแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม

“นอนแล้วเหรอ” ร่างหนาที่เพิ่งเข้ามาเอ่ยถามขึ้น

“ยังค่ะ” หันไปมองชายหนุ่มที่กำลังล้มตัวลงนอนข้างๆ

“ทำงานเหนื่อยไหมคะ วันนี้” ร่างบางพลิกตัวเข้าไปกกกอดชายหนุ่ม

“นิดหน่อยน่ะ” ใช้มือหนาลูบไล้สะโพกไปมา

“ให้มุกช่วยคลายความเหนื่อยหน่อยไหมคะ” เบียดชิดกายเข้าหาชายหนุ่มมากขึ้น

“ยังไง”

“นอนเฉยๆ นะคะ เดี๋ยวมุกจัดการเองค่ะ” พูดพลางพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างชายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับจูบไล้ริมฝีปากบางไปตามซอกคอชายหนุ่มซึ่งทำให้ภพพอใจเป็นอย่างมาก

มุกนำประสบการณ์อันช่ำชองจากชายหนุ่มใต้ร่างมาใช้วาดลวดลายลีลาต่างๆ จนภพทึ้งในความสามารถของเธอ ร่างบางเปลือยเปล่าโยกสะโพกไปมาอยู่ตรงกลางกายชายหนุ่มจนร้องเสียงหลงด้วยความเสียวซ่าน ไม่นานร่างหนาก็เป็นฝ่ายคุมเกมปลดปล่อยสายธารสีขาวขุ่นเข้าสู่ร่างกายเธออย่างรุนแรงด้วยความสุขสมอิ่มเอมในหัวใจโดยพร้อมเพรียงกัน

Options

not work with dark mode
Reset