กระบี่จงมา 869.2 ต่อยตี

ตอนที่ 869.2 ต่อยตี

อริยะ​ปราชญ์​ผู้​มีรูปปั้น​ตั้ง​บูชา​ใน​ศาล​บุ๋น​ซึ่งนั่ง​พิทักษ์​ม่าน​ฟ้าไม่ได้​ใช้เสียง​ใน​ใจพูด​ด้วยซ้ำ​ เปิดปาก​เอ่ย​ตามตรง​ว่า​ “ข้า​ไม่อยู่​”

หม่า​ขู่​เสวียน​ได้ยิน​แล้วก็​หัวเราะ​ก๊าก​ดังลั่น​ คิดไม่ถึง​ว่า​อาจารย์​เฮ้อ​ที่​มีคุณสมบัติ​ได้​กิน​เนื้อ​หัวหมู​เย็น​ๆ ผู้​นี้​จะมีอารมณ์ขัน​ด้วย​

ไม่สนใจ​เซียน​ซือ​ทำเนียบ​วงศ์ตระกูล​ที่​น่าสงสาร​กลุ่ม​นั้น​อีก​ หม่า​ขู่​เสวียน​ไป​นั่ง​อยู่​ข้าง​กา​ยอ​วี๋สือ​อู้​

เกา​หมิง​เอ่ย​ถาม “เหล่า​หม่า​ ขอ​พูด​อะไร​กับ​ท่าน​หน่อย​ได้​ไหม​”

หม่า​ขู่​เสวียน​ยิ้ม​กล่าว​ “มีลม​ก็​รีบ​ผาย​”

เกา​หมิง​ถาม “ข้า​เปลี่ยนไป​อยู่​กับ​ภูเขา​ลั่วพั่ว​ ไป​เป็น​ลูกศิษย์​ของ​เฉิน​ผิง​อัน​แทน​ได้​ไหม​? ข้า​รู้สึก​ว่า​ไป​ที่นั่น​ อยู่​กับ​อิ่น​กวาน​ อาจจะ​ได้​ดีกว่า​นี้​”

สาวใช้​สู่เตี่ย​น​และ​ศิษย์​พี่​ของ​เด็กหนุ่ม​หันมา​มองหน้า​กัน​ตา​ปริบๆ​

พวกเขา​ต่าง​ก็​รู้​ว่า​เด็กหนุ่ม​คน​นี้​หาก​ไม่ปิดปากเงียบ​ไม่เอ่ย​อะไร​ ขอ​แค่​เปิดปาก​พูด​ขึ้น​ก็​มักจะ​เป็น​คำพูด​ที่​เหลวไหล​เสมอ​ เพียงแต่​คิดไม่ถึง​ว่า​จะใจกล้า​เทียมฟ้า​ถึงเพียงนี้​ ไม่ว่า​คำพูด​อะไร​ก็​กล้า​พูด​จริงๆ​

เกา​หมิง​ก้มหน้า​ลง​ลูบ​มีด​ผ่า​ฟืน​ที่​ตัวเอง​รัก​เล่ม​นั้น​ พึมพำ​กับ​ตัวเอง​ว่า​ “อย่าง​น้อย​ออกจาก​บ้าน​ก็​มีหน้ามีตา​ ไม่เหมือน​ติดตาม​ท่าน​เหล่า​หม่า​ขึ้นเหนือล่องใต้​ เจอ​กับ​เซียน​ซือบน​ภูเขา​ ไม่ว่า​จะชาย​หรือ​หญิง​ สายตา​ที่​มอง​ข้า​ล้วน​แปลกประหลาด​ บรรพ​จารย์​ลุ​งอ​วี๋​ ประโยค​นั้น​พูดว่า​อย่างไร​แล้วน​ะ?”

อวี๋สือ​อู้​กล่าว​ “คาน​บน​ไม่ตรง​คาน​ล่าง​เอียง​”

เกา​หมิง​พยักหน้า​รับ​อย่าง​แรง​ “ใช่!”

“เลือกไม่ได้​ว่า​ควร​ไป​เกิด​ใน​ครรภ์​ไหน​ การกราบไหว้​อาจารย์​ก็​พอๆ กัน​ ต้อง​ยอมรับ​ชะตากรรม​แต่​โดยดี​”

หม่า​ขู่​เสวียน​ไม่โกรธ​กลับกัน​ยัง​ขำ​ อีก​ทั้ง​ยัง​หัวเราะ​อย่าง​เบิกบานใจ​มาก​ ดู​ไม่เหมือน​เสแสร้ง​แกล้งทำ​ เขา​ลูบ​ศีรษะ​ของ​เด็กหนุ่ม​ “อีก​อย่าง​ อาจารย์​เอง​ก็​ไม่ได้​ปฏิบัติ​ต่อ​เจ้าไม่ดี​เสียหน่อย​ บอก​แล้ว​ว่า​จะพา​เจ้าไป​เป็น​เทพ​เซียน​ฝึก​ตน​อยู่​บน​ภูเขา​ ติดตาม​ข้า​มากินดีอยู่ดี​ ทั้งสอง​เรื่อง​นี้​ข้า​ล้วน​ทำได้​แล้ว​”

เกา​หมิง​คิด​แล้วก็​พยักหน้า​เอ่ย​ว่า​ “ก็​จริง​นะ​”

ตอนนั้น​ที่อยู่​ร้านเหล้า​ของ​เมือง​เล็ก​ ก่อนที่​เด็กหนุ่ม​จะเผ่นหนี​ไป​ยัง​ไม่ลืม​ยก​มีด​ผ่า​ฟืน​ใน​มือ​เช็ด​คราบเลือด​ไป​บน​ศพ​

อันที่จริง​คนบ้านเดียวกัน​กลุ่ม​นั้น​ไม่ได้​ไล่​เขา​ไป​ แล้วก็​ไม่ได้​ตำหนิ​ที่​เขา​ฟัน​คน​ส่งเดช​ ก่อ​หายนะ​ครั้ง​ใหญ่​

คง​เป็น​เพราะ​เด็ก​ซื่อบื้อ​ที่​เติบใหญ่​มาด้วยกัน​ผู้​นี้​ ยาม​ที่​ต่อย​ตี​ขึ้น​มามักจะ​ลง​มือหนัก​สุด​ แล้ว​ยัง​ชอบ​เสนอตัว​อยู่​แนวหน้า​สุด​ด้วย​

ทว่า​เมื่อ​เด็กหนุ่ม​เห็น​ความ​ใจฝ่อ​ ความหวาดกลัว​และ​ความขี้ขลาด​ใน​ดวงตา​ของ​พวกเขา​กลับ​รู้สึก​ว่า​น่าเบื่อ​

หาก​กลุ่ม​ของ​หม่า​ขู่​เสวียน​ไม่ได้​ปรากฏตัว​ เขา​ก็​คง​ติดตาม​คนบ้านเดียวกัน​มั่วสุม​อยู่​ด้วยกัน​ต่อไป​ เพราะ​ถึงอย่างไร​เขา​ก็​ไม่มีสถาน​ที่อื่น​ให้​ไป​เยือน​อยู่แล้ว​

แต่​ใน​เมื่อ​ตอนนั้น​หม่า​ขู่​เสวียน​บอก​แล้ว​ว่า​สามารถ​ติดตาม​เขา​ไป​เป็น​เทพ​เซียน​ได้​ เด็กหนุ่ม​มีด​ผ่า​ฟืน​จึงอยากรู้​ว่า​อะไร​คือ​เทพ​เซียน​

เกา​หมิง​ถามอย่าง​ใคร่รู้​ “เหล่า​หม่า​ ท่าน​กับ​เฉิน​ผิง​อันเป็น​คนบ้านเดียวกัน​ไม่ใช่หรือ​ ทำไม​ถึงไม่ถูกกัน​เสีย​ล่ะ​? ท่าน​ไป​มีเรื่อง​กับ​ใคร​ดัน​ไม่มี ดัน​ไป​มีเรื่อง​กับ​เขา​เนี่ย​นะ​”

หม่า​ขู่​เสวียน​ยก​สอง​มือขึ้น​ สอด​รอง​ไว้​ใต้​ท้ายทอย​ หรี่ตา​ยิ้ม​เอ่ย​ “ใน​บรรดา​คน​วัย​เดียวกัน​ ดูเหมือนว่า​จะเป็น​ข้า​ที่​ชนะ​เขา​ได้​สอง​ครั้ง​?”

เด็กหนุ่ม​เงยหน้า​เอ่ย​ชมเชย​ “ถ้าอย่างนั้น​เหล่า​หม่า​ท่าน​ก็​ใช้ได้​เลย​นี่​นา​ เคย​มีหน้ามีตา​กับ​เขา​มาก่อน​ด้วย​”

หม่า​ขู่​เสวียน​ชี้ไป​ที่​อวี๋สือ​อู้​ “แต่​ทุกวันนี้​คน​ที่​ทำให้​เฉิน​ผิง​อัน​กริ่งเกรง​ได้​อย่าง​แท้จริง​ก็​คือ​บรรพ​จารย์​ลุ​งอ​วี๋​ของ​พวก​เจ้า”

คน​คนเดียว​ได้​ครอบครอง​โชคชะตา​บู๊​สามส่วน​

มีเทพ​คุ้มครอง​ตาม​ความหมาย​ที่​แท้จริง​

อวี๋สือ​อู้​มอง​ผู้เยาว์​ทั้งหลาย​แล้ว​ส่ายหน้า​ ยิ้ม​เอ่ย​ “พวก​เจ้าเชื่อ​จริงๆ​ หรือ​?”

สาวใช้​สู่เตี่ย​น​กับ​ลูกศิษย์​วั่ง​จู่กึ่ง​เชื่อ​กึ่ง​กังขา​

มีเพียง​เด็ก​นุ่ม​มีด​ผ่า​ฟืน​ที่​พยักหน้า​เอ่ย​ “เชื่อ​สิ ทำไม​จะไม่เชื่อ​ล่ะ​”

อวี๋สือ​อู้​ยิ้ม​รับ​ หันหน้า​ไป​มอง​ทางทิศใต้​

ใน​สายตา​ของ​เขา​ สรรพ​ชีวิต​ทั้งหมด​ที่​มีสติปัญญา​ ความเป็นความตาย​ล้วน​เหมือน​มด​ตัว​หนึ่ง​ แต่กลับ​งดงาม​ดุจ​เทพเจ้า​

ศาล​บุ๋น​แผ่นดิน​กลาง​ ใน​พื้น​ที่ลับ​ขุนเขา​สายน้ำ​แห่ง​หนึ่ง​ของ​สวน​กง​เต๋อ​ ผู้ฝึก​กระบี่​หลิว​ชาเปลี่ยน​จาก​จอม​ยุทธ​เครา​ดก​ผู้​กล้าหาญ​ที่​เดินกร่าง​ได้​ทั่ว​ใต้​หล้า​เปลี่ยว​ร้าง​ กลาย​มาเป็น​คน​ตกปลา​คน​หนึ่ง​ที่​หลงใหล​ใน​การตกปลา​

เรื่อง​อย่าง​การตกปลา​นี้​ ช่างทำให้​คน​ลุ่มหลง​ได้​ง่าย​จริงๆ​

ข้อ​พิถีพิถัน​ใน​การตกปลา​ของ​หลิว​ชายิ่ง​นาน​ก็​ยิ่ง​มีมากขึ้น​เรื่อยๆ​ คันเบ็ด​ตกปลา​ ข้อง​ตกปลา​นั้น​ไม่ต้อง​พูดถึง​แล้ว​ นอกจากนี้​คือ​ตำแหน่ง​ใน​การตกปลา​ ตะขอ​ตกปลา​ เส้นเอ็น​ที่​ใช้ตกปลา​ ตกปลา​แบบ​จมตกปลา​แบบ​ลอย​ เหยื่อ​ล่อ​ที่​ใช้ตกปลา​ ที่แท้​ล้วน​มีความรู้​ทั้งสิ้น​ ทุกวันนี้​ ‘มรรค​กถา​’ ของ​หลิว​ชาพัฒนา​รุดหน้า​ไป​มาก​ เข้าใจ​อย่าง​แจ่มแจ้ง

แน่นอน​ว่า​เงื่อนไข​ก็​คือ​หลิว​ชาจงใจกด​ขอบเขต​ ใช้สายตา​ พละกำลัง​ของ​มนุษย์​ธรรมดา​มาตกปลา​อยู่​ที่นี่​ หาก​ไม่ทำ​เช่นนี้​การตกปลา​ก็​ไม่มีความบันเทิง​ใดๆ​ ให้​กล่าวถึง​

วันนี้​ได้​ปลา​มาเยอะ​ หลิว​ชาจึงต้ม​แกง​ปลา​ให้​ตัวเอง​หม้อ​หนึ่ง​ ก่อนหน้านี้​ได้​ขอ​พวก​ฟืน​ ข้าวสาร​ น้ำมัน​ เกลือ​บางส่วน​มาจาก​ทาง​ฝั่งของ​ศาล​บุ๋น​ คิด​ว่า​จะซื้อ​ลูกปลา​มาปล่อย​เลี้ยง​ไว้​ใน​ทะเลสาบ​เสียหน่อย​ หาก​เรื่อง​แค่นี้​ศาล​บุ๋น​ยัง​ขี้​งก​ ถ้าอย่างนั้น​หลิว​ชาก็​จะจ่าย​เงิน​ซื้อ​มาเอง​ ทั้ง​เงิน​ค่า​ลูกปลา​และ​เงิน​ค่าเดินทาง​ เขา​จะออก​เอง​ทั้งหมด​

หย่า​งจื่อ​ปีศาจ​ใหญ่​บน​บัลลังก์​เก่า​ถูก​กักตัว​ไว้​ใน​กลุ่ม​เทือกเขา​อัคคี​แห่ง​หนึ่ง​ที่​เงียบสงัด​ไร้​ผู้คน​ เล่าลือ​กัน​ว่า​ที่นั่น​เคย​เป็น​เตา​หลอม​โอสถ​แห่ง​หนึ่ง​ของ​มรรคา​จารย์​เต๋า​

สตรี​ผู้​หนึ่ง​ที่​ปัก​ปิ่น​เรียบง่าย​สวม​กระโปรง​ผ้า​ หน้าตา​ธรรมดา​สามัญมาเปิด​ร้านเหล้า​ร้าน​หนึ่ง​ใน​พื้นที่​เงียบสงัด​ริมน้ำ​ติด​ภูเขา​ เวลา​ปกติ​ไม่มีลูกค้า​แม้แต่​ผี​สัก​ตน​ นาง​เอง​ก็​ไม่ถือสา​

ห​ลี่​เซิ่งให้​นาง​รับปาก​แค่​เรื่อง​เดียว​เท่านั้น​ นอกจาก​ห้าม​ข้าม​ดินแดน​แล้วก็​คือ​ห้าม​ทำร้าย​ชีวิต​คนอื่น​ นอกจากนี้​ใน​อาณาเขต​พัน​ลี้​ นาง​ล้วน​สามารถ​ไปมา​ได้​อย่าง​เสรี​

วันนี้​คน​ที่มา​ดื่มเหล้า​ที่นี่​รวมกัน​แล้ว​ได้​หนึ่ง​โต๊ะ​อย่าง​ที่​หา​ได้​ยาก​ คือ​นาย​ท่าน​เทพ​ภูเขา​ที่​มีบุคลิก​สุภาพ​สง่างาม และ​ยังมี​แม่ย่า​ลำคลอง​ที่​มีลักษณะ​เป็น​เด็กสาว​ อีก​สอง​คน​ที่​เหลือ​คือ​ภูต​ภูเขา​ที่​หลอม​เรือน​กาย​ได้​ประสบความสำเร็จ​แล้ว​

เพียงแต่ว่า​ลูกค้า​สี่คน​ที่มา​ดื่มเหล้า​ต่าง​ก็​ไม่รู้​รากฐาน​ความเป็นมา​ของ​หย่า​งจื่อ​ เพียงแค่​เห็น​เถ้าแก่​เนี้ยะ​ของ​ร้านเหล้า​เป็น​ภูต​เผ่า​น้ำ​ที่​พอ​จะฝึก​ตน​ได้​ประสบความสำเร็จ​บ้าง​เล็กน้อย​

วันนี้​หย่า​งจื่อ​นั่ง​อยู่​ที่​โต๊ะ​เหล้า​ตัว​หนึ่ง​เพียงลำพัง​ เปิด​อ่าน​ ‘ตำรา​ใหม่​’ เล่ม​หนึ่ง​ที่​ไพศาล​สั่งห้าม​อ่าน​มานาน​แล้ว​ บน​ตำรา​มีเรื่องราว​นิทานชาดก​ที่​เกี่ยวกับ​การ​ฆ่างูสอง​ตัว​ ทำเอา​หย่า​งจื่อ​ที่​ได้​อ่าน​ทอดถอนใจ​อย่าง​ปลงอนิจจัง​

นาย​ท่าน​เทพ​ภูเขา​ที่นั่ง​อยู่​โต๊ะ​ด้าน​ข้าง​ยังคง​คุยโว​ว่า​สตรี​หน้า​เหม็น​อย่าง​ปีศาจ​ใหญ่​หย่า​งจื่อ​ผู้​นั้น​ ทุกวันนี้​ถือว่า​อยู่​ใน​การปกครอง​ของ​ตน​แล้ว​ ทุกวัน​ตน​จะต้อง​ไป​ลาดตระเวน​ที่​ปล่องภูเขาไฟ​บางแห่ง​รอบ​สอง​รอบ​ สตรี​ผู้​นั้น​ตกใจ​จน​อก​สั่น​ขวัญ​ผวา​ ไม่กล้า​มอง​ตน​ตรงๆ​ ด้วยซ้ำ​

แม่นาง​น้อย​ที่​เป็น​แม่ย่า​ลำคลอง​เท้าคาง​ด้วย​สอง​มือ​ มอง​ไป​ยัง​ทะเลทราย​เหลือง​กว้างใหญ่​ด้านนอก​ด้วย​สายตา​ไม่พอใจ​ ว่า​กัน​ว่า​สตรี​มีชะตา​ของ​เมล็ด​พันธ์​ผัก​ แต่งงาน​ออกเรือน​ก็​ไม่ใช่ว่า​เมล็ด​พันธ์​ผัก​หล่น​ลงพื้น​ หว่าน​ไป​ตรงไหน​ก็​ต้อง​อยู่​ตรงนั้น​ ช่างชมขื่น​ยิ่งนัก​

ภูต​ภูเขา​ตน​หนึ่ง​จึงยิ้ม​ประจบ​ บอ​กว่า​เหนียง​เนียง​เทพ​ลำคลอง​ท่าน​ยัง​เป็น​สาวน้อย​วัยขบเผาะ​ แต่งงาน​ออกเรือน​อะไร​กัน​ หรือว่า​ถูกใจ​ข้า​เข้าให้​แล้ว​ ได้​เลย​ๆ ความสามารถ​บน​เตียง​ของ​พี่ชาย​อย่าง​ข้า​ เป็นที่ยอมรับ​ว่า​สุดยอด​เชียว​ล่ะ​

มัน​ไม่กลัว​เด็กสาว​ที่​สวม​ยศ​สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ผู้​นี้​หรอก​นะ​ เพราะ​หาก​เทียบ​กัน​แล้ว​ใน​วงการ​ขุนนาง​ภูเขา​สายน้ำ​นาง​ก็​เป็น​แค่​เสมียน​คน​หนึ่ง​เท่านั้น​ แล้ว​นับประสาอะไร​กับ​ที่มา​เป็น​แม่ย่า​ลำคลอง​ตัว​น้อย​ๆ อยู่​ที่นี่​ก็​เท่ากับ​เจอ​หายนะ​แท้ๆ​ แค่​ได้​ดูแล​ลำคลอง​เส้น​หนึ่ง​อย่าง​น่าเวทนา​ หาก​เอ่ย​ตาม​คำกล่าว​ของ​นาย​ท่าน​เทพ​ภูเขา​บ้าน​ตน​ แม่นาง​น้อย​สวม​เสื้อผ้า​บางเบา​ ชะตาชีวิต​ต้อง​ยากจน​เหน็ดเหนื่อย​

แม่ย่า​ลำคลอง​น้อย​เหล่​ตา​มอง​ภูต​ภูเขา​ตน​นั้น​ ได้ยิน​คำพูด​สัปดน​ นาง​ก็​แค่​หัวเราะ​หึหึ​ ทิ้ง​ประโยค​อาฆาต​ไว้​ว่า​ หมัด​เดียว​ต่อย​ให้​เป้ากางเกง​เจ้าระเบิด​ได้​

ภูต​ภูเขา​ตบ​โต๊ะ​จน​โต๊ะ​เป็น​รู​ หย่า​งจื่อ​เงยหน้า​มอง​ไป​ ยิ้ม​เอ่ย​ รีบ​จ่าย​เงิน​ชดใช้​มาเร็ว​

จากนั้น​นาง​ก็​เอ่ย​เสริม​มาประโยค​หนึ่ง​ว่า​ ความสามารถ​บน​เตียง​ต้อง​พูดว่า​ฉวงจื่อ​ ไม่ใช่ฉวงตี้​

จอม​ยุทธ​พเนจร​คน​หนึ่ง​ที่​ยาม​อยู่​ใน​อุตรกุรุทวีป​ทำ​เรื่อง​ดี​โดย​ไม่เคย​ทิ้ง​นาม​เอาไว้​เดินทาง​เตร็ดเตร่​มาถึงท่าเรือ​ตระกูล​เซียน​แห่ง​หนึ่ง​ที่​ไม่ใหญ่​มาก​นัก​ จ่าย​เงิน​ซื้อ​ตำรา​ตราประทับ​สอง​ร้อย​เซียน​กระบี่​มาเล่ม​หนึ่ง​ เดิมที​เขา​คิด​ว่า​ราคา​ถูก​ เอา​มาอ่าน​ฆ่าเวลา​ก็ดี​ คิดไม่ถึง​ว่า​จะมีเรื่อง​น่ายินดี​ที่​ไม่คาดฝัน​ เพราะ​พอ​เปิด​ไป​หนึ่ง​หน้าหนึ่ง​ก็​เห็น​ว่า​ตัวอักษร​ด้าน​ใต้​ตราประทับ​เป็น​สามคำ​ว่า​ ‘ยอมให้​สามกระบวนท่า​’

ทำเอา​ตู้​อวี๋​ดวงตา​เป็นประกาย​วาบ​ ใต้เท้า​อิ่น​กวาน​ผู้​นี้​ก็ช่าง​เป็น​คน​มหัศจรรย์​คน​หนึ่ง​จริงๆ​

หาก​ผู้อาวุโส​คนดี​เดินทางไกล​ไป​เยือน​กำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​ พวกเขา​จะต้อง​พูดคุย​กัน​ถูกคอ​แน่นอน​

ศาล​เทพ​อัคคี​เมืองหลวง​ของ​ต้า​หลี​ สารถี​ผู้เฒ่า​ไปหา​เฟิงอี๋​

นาง​ยังคง​นั่ง​เมากรึ่ม​ๆ อยู่​บน​ขั้นบันได​ซุ้มดอกไม้​ ส่งเสียง​เรอ​ดัง​เอิ้ก​

สารถี​ผู้เฒ่า​เอ่ย​อย่าง​อัดอั้น​ “เกิดเรื่อง​อะไร​ขึ้น​กัน​แน่​?”

ก่อนหน้านี้​ตอน​อยู่​เมืองหลวง​ต้า​หลี​ อยู่ดีๆ​ ก็​เกิด​ความเคลื่อนไหว​รุนแรง​ขนาด​นั้น​ อย่าง​น้อยที่สุด​ต้อง​มีขอบเขต​เริ่มต้น​ที่​บิน​ทะยาน​ หรือไม่​บางที​ก็​อาจ​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่ใน​ตำนาน​แล้ว​

แม้ภาพ​บรรยากาศ​ที่​น่า​ตะลึง​นั้น​จะเกิดขึ้น​เพียง​ครู่​ก็​หายวับ​ไป​ แต่​สำหรับ​ตา​เฒ่าที่​มีชีวิต​อยู่​มายาวนาน​อย่าง​พวกเขา​แล้ว​ ยิ่ง​สามารถ​เก็บ​และ​ปล่อย​ได้​ตามใจ​ปรารถนา​เช่นนี้​ก็​ยิ่ง​ได้รับ​การประเมิน​ที่สูง​

เฟิงอี๋​ยิ้ม​เอ่ย​ “ในที่สุด​ก็​รู้จัก​กลัว​แล้ว​หรือ​?”

สารถี​เฒ่ายก​สอง​แขน​กอดอก​ หลุด​หัวเราะ​พรืด​ “ข้า​ผู้อาวุโส​ต้อง​กลัว​อยู่แล้ว​!”

เป็นเรื่อง​ที่​ไม่ว่า​ใคร​เจอ​ก็​ต้อง​กลัว​กัน​ทั้งนั้น​ มีอะไร​ให้​ต้อง​อวดเก่ง​กัน​ล่ะ​

อีก​อย่าง​ที่นี่​ก็​ไม่มีคนนอก​สักหน่อย​

เฟิงอี๋​ไม่ปิดบัง​ท่าทาง​สมน้ำหน้า​คนอื่น​ของ​ตัวเอง​ แกว่ง​กา​เหล้า​เอ่ย​สัพยอก​ว่า​ “คนนอก​มอง​บุปผา​ใน​ม่าน​หมอก​ก็​ช่างเถิด​ แต่​พวกเรา​ต่าง​ก็ได้​เห็น​คน​รุ่นเยาว์​ของ​ถ้ำสวรรค์​หลี​จูเดิน​ทีละ​ก้าว​จน​เติบโต​กลาย​มาเป็น​คนแก่​กับ​ตา​ตัวเอง​ ทำไม​ถึงยัง​ไม่ระวัง​เช่นนี้​”

“ถ้าอย่างนั้น​ก็​รบกวน​เจ้านำ​ความ​ไป​บอก​เจ้าเด็ก​นั่น​ บอ​กว่า​ข้า​กลัว​แล้ว​ รับรอง​ว่า​วันหน้า​เจอ​เขา​ ข้า​จะต้อง​เดิน​อ้อม​ผ่าน​ไป​ทันที​”

“แล้ว​ทำไม​ไม่ไป​บอก​เอง​ล่ะ​?”

“แค่​เห็น​เจ้าเด็ก​นั่น​ก็​ไม่รู้​ว่า​ความโมโห​ผุด​มาจาก​ไหน​แล้ว​ ไม่ต้อง​เจอกัน​จะดีกว่า​”

หลัก​ๆ แล้ว​เป็น​เพราะ​เจ้าเด็ก​นั่น​ไร้​คุณธรรม​ ไม่ให้โอกาส​ที่จะ​พูดจา​ไม่เข้าหู​กัน​แม้แต่น้อย​ ก่อนหน้านี้​ทั้งสองฝ่าย​แค่​เจอ​หน้า​กัน​ มอง​สบตา​กัน​ทีเดียว​ก็​ผูกปม​แค้น​กัน​แล้ว​

สารถี​เฒ่ายิ่ง​พูด​ยิ่ง​อัดอั้น​ ยื่นมือ​ข้าง​หนึ่ง​ออกมา​ “อยู่​ว่าง​ๆ ก็​ไม่มีอะไร​ทำ​ เอา​เหล้า​หมัก​ร้อย​บุปผา​มากา​หนึ่ง​สิ”

รู้สึก​ประหลาดใจ​เล็กน้อย​ที่​เฟิงอี๋​ยอม​มอบ​เหล้า​ให้​เขา​กา​หนึ่ง​จริงๆ​ “วันนี้​ใจกว้าง​นะ​”

เฟิงอี๋​พูด​กลั้ว​หัวเราะ​ “ไม่กลัว​จะถูก​โจร​ขโมย​ กลัว​แต่​จะถูก​โจร​จำฝังใจ”

……

บน​เส้นทาง​ระหว่าง​พื้นดิน​ของ​ใต้​หล้า​เปลี่ยว​ร้าง​กับ​ดวงจันทร์​ดวง​หนึ่ง​ แสวง​สว่าง​จุด​หนึ่ง​พลัน​เปล่งประกาย​เจิดจ้า​

ที่แท้​ก็​เป็น​ป๋า​ย​เจ๋อ​ที่​เดิน​ย่ำ​แม่น้ำ​แห่ง​กาลเวลา​ ออกเดินทาง​มาจาก​ลำคลอง​เย่ลั่ว​ ในที่สุด​ก็​ลงมือ​ขัดขวาง​การลาก​ดวงจันทร์​ของ​ผู้ฝึก​กระบี่​สี่คน​

ป๋า​ย​เจ๋อ​ร่าย​กาย​ธรรม​ออกมา​ ชุด​ขาว​โบกสะบัด​ ลำพัง​เพียงแค่​มือ​ใหญ่​ข้าง​หนึ่ง​ของ​กาย​ธรรม​ก็​มาก​พอ​จะกำ​ดวงจันทร์​ดวง​หนึ่ง​ได้​แล้ว​

เพียงแต่​ชั่วพริบตา​นั้น​ก็​มีคน​ขยับตัว​อยู่​ที่​กำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​เช่นกัน​ เดิน​ก้าว​หนึ่ง​ขึ้น​ฟ้า เผย​กาย​ธรรม​ใหญ่โต​โอฬาร​ที่​มีความสูง​เท่ากัน​ เป็น​กาย​ธรรม​ที่​สวม​ชุด​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ร่าง​หนึ่ง​

มือหนึ่ง​จับ​หัว​กาย​ธรรม​ของ​ป๋า​ย​เจ๋อ​กด​ลง​ไป​ ผลัก​อีก​ฝ่าย​กลับ​ไป​ที่​โลก​มนุษย์​

กาย​ธรรม​ของ​ป๋า​ย​เจ๋อ​พลัน​สลาย​หาย​ไป​ เพียงแต่ว่า​มาโผล่​บน​ม่าน​ฟ้าจุด​ที่สูง​กว่า​เดิม​ เหวี่ยง​หวัด​ใส่หัว​ของ​กาย​ธรรม​ชุด​ลัทธิ​ขงจื๊อ​นั้น​ ปล่อย​หมัด​ต่อย​ออก​ไป​เต็มแรง​

กาย​ธรรม​ชุด​ลัทธิ​ขง​ตื๊อ​ระเบิด​แตก​ดัง​ปัง​

นาที​ถัดมา​ก็​มาโผล่​อยู่​ด้านหลัง​กาย​ธรรม​ของ​ป๋า​ย​เจ๋อ​ บิด​คอ​ของ​ฝ่าย​หลัง​หัก​ดัง​กร๊อบ​

หนึ่ง​ใต้​หล้า​ไพศาล​ หนึ่ง​ใต้​หล้า​เปลี่ยว​ร้าง​

นภา​กา​ศส่งเสียง​สะเทือน​เลือน​ลั่น​

การ​ ‘ประลอง​เวท​’ ครั้งหนึ่ง​ที่​มอง​ดูเหมือน​เรียบง่าย​อย่าง​ถึงที่สุด​ ไม่เหมือน​การ​ประลอง​ของ​คน​บน​ภูเขา​แม้แต่น้อย​ ทว่า​แท้จริง​แล้ว​ท่วงทำนอง​ที่​เหลืออยู่​ของ​มรรค​กถา​ทั้งสองฝ่าย​ได้​ไหล​กรู​ซัด​กราก​เข้าไป​ใน​ใต้​หล้า​มืด​สลัว​นาน​แล้ว​

จิตใจ​ของ​ปีศาจ​ใหญ่​บรรพกาล​ตน​นั้น​สะท้าน​ไหว​สุดขีด​ เผ่น​ดีกว่า​ เผ่น​ดีกว่า​ ไม่อย่างนั้น​อยู่​ที่นี่​ก็​เท่ากับ​รอ​ความตาย​เชียว​นะ​

มัน​ไม่กล้า​ไป​ที่​ฉาน​กง​ด้วยซ้ำ​ ได้​แต่​อำพราง​เรือน​กาย​ ทิ้งตัว​เป็น​เส้นตรง​ดิ่งไป​ยัง​โลก​มนุษย์​

มารดา​มัน​เถอะ​ ถึงกับ​เป็น​จอม​ปราชญ์​น้อย​ที่​นิสัย​ร้าย​เจ้าอารมณ์​ที่สุด​ แล้ว​ยัง​ต่อย​ตี​เก่ง​ที่สุด​ผู้​นั้น​!

กระบี่จงมา

กระบี่จงมา

Score 10
Status: Completed

อ่านนิยาย กระบี่จงมา 1 – 400 อ่านนิยาย

( อ่านต่อข้างล่าง )


” หนึ่งโลกธาตุขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยความลี้ลับมหัศจรรย์  ใจกลางฟ้าดิน เคยมีปัญญาชนผู้หนึ่งใช้หนึ่งกระบี่ฟาดฟันให้เกิดน้ำตกธารสวรรค์ คือความภาคภูมิใจสูงสุดของโลกมนุษย์  หน้าผาทะเลบูรพา มีนักพรตไร้นามผู้หนึ่งที่ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด หวังเพียงให้ลมเย็นโชยมาปะทะใบหน้า  แดนสุขาวดีปัจฉิมทิศ มีหลวงจีนเฒ่าที่ชอบเล่าเรื่องราวให้ผู้คนฟัง เลี้ยงมังกรสวรรค์ไว้เก้าตัว พื้นที่กันดารแดนใต้ มีจิตรกรตาบอดควบคุมหุ่นเชิดเกราะทองสูงเท่าเนินเขาให้เคลื่อนย้ายภูเขาใหญ่หนึ่งแสนลูก ปูแผ่เป็นภาพลายปัก
เมื่อวันหนึ่งเด็กหนุ่มยากจนที่เติบโตทางทิศเหนือได้พบกับเซียนที่เหนือศีรษะมีกระบี่บินนับพันนับหมื่นประดุจฝูงตั๊กแตน “

เขาจึงอยากจะไปเห็นปัญญาชนคนนั้น เห็นคลื่นยักษ์ที่โถมตัวเทียมฟ้าของทะเลบูรพา

เห็นทะเลทรายสีเหลืองทองกว้างไกลนับหมื่นลี้ของแดนประจิม

และอยากไปเห็นภูเขาลูกโอฬารของแดนกันดารทางใต้ที่นักเล่านิทานเอ่ยถึงกับตาตัวเอง

ดังนั้น ในที่สุดวันหนึ่ง เด็กหนุ่มจึงสะพายกระบี่ไม้พาดหลัง มุ่งหน้าไปทางทิศใต้

–ข้ามีนามว่าเฉินผิงอัน ผิงอันที่แปลว่าสงบสุข สันติ ข้าคือมือกระบี่คนหนึ่ง–

Options

not work with dark mode
Reset